เริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุ อย่างไร?

การดูแลความสะอาดช่องปาก (Oral hygiene) ของผู้สูงอายุที่บ้าน

18 September 2018

การดูแลความสะอาดช่องปาก (Oral hygiene) ของผู้สูงอายุที่บ้าน

การดูแลความสะอาดช่องปากมีความสำคัญ เนื่องจากสุขภาพช่องปากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ได้แก่

  1. การปวดฟัน เสียวฟัน มีผลต่อการกินอาหาร การพักผ่อนนอนหลับ และการทำงาน
  2. ผู้สูงอายุที่ไม่มีฟัน มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด มีผลทำให้เกิดการสำลัก อาหารย่อยยาก ท้องอืดมากกว่าปกติ หรือทานอาหารได้น้อยลงจากการกลืนลำบากทำให้ขาดสารอาหาร น้ำหนักลด สุขภาพไม่แข็งแรงเป็นต้น
  3. สุขภาพช่องปากและฟันที่ไม่ดีมีผลต่อทั้งทางกาย ทางใจ และทางสังคม เช่นผุ้สูงอายุที่ไม่มีฟันก่อให้เกิดการอับอาย ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม หรือผู้สูงอายุที่ปวดฟันส่งผลทางอารมณ์ทำให้หงุดหงิด การสื่อสารลำบาก ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความสวยงามเป็นต้น

ดังนั้นการดูแลความสะอาดช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญ ผู้ดูแลจึงควรให้การส่งเสริมการดูแลช่องปากและฟัน โดยใช้วิธีการเทคนิคที่เหมาะสมถูกต้อง

ถ้าเราดูแลสุขภาพฟันดี ฟันนั้นสามารถอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แม้จะสูงวัย

ข้อควรพิจารณาในการดูแลความสะอาดช่องปาก ได้แก่

  1. วิธีการดูแลช่องปากให้มีความเหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละราย
  2. เลือกใช้อุปกรณ์การทำสะอาดช่องปากให้เหมาะสม เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  3. พิจารณาความถี่ในการทำความสะอาดช่องปากให้เหมาะสม
  4. ควรใช้อุปกรณ์สารหล่อลื่นหรือลิปสติก ทาบนริมฝีปากหลังทำความสะอาดทุกครั้ง
  5. ลงบันทึกสิ่งผิดปกติที่สังเกตจากการทำความสะอาดช่องปาก เช่น
    • ริมฝีปากแห้งลอกเป็นขุย หรือมีลักษณะเป็นแผลพุพอง
    • มีกลิ่นปาก
    • มีรอยแผลในปากหรือบนลิ้น
    • มีลักษณะเหงือกบวม แดง มีเลือดออก
    • มีฟันโยก ฟันผุ
    • มีความผิดปกติของฟันปลอม เป็นต้น

1.1 การทำความสะอาดช่องปากกรณีผู้สูงอายุรู้สึกตัว ช่วยเหลือตนเองได้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
  2. เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกสะอาด สุขสบาย
  3. เพื่อประเมินสภาพช่องปากของผู้สูงอายุ
  4. ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น

อุปกรณ์

  1. แปรงสีฟันชนิดขนแปลงนิ่ม
  2. ยาสีฟัน
  3. แก้วน้ำ
  4. ผ้ากันเปื้อน
  5. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
  6. วาสลีน หรือลิปสติก
  7. ชามรูปไต
  8. กะละมังล้างมือ

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมที่เตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ
  3. จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าศีรษะสูง
  4. ใช้ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าเช็ดตัวรองตั้งแต่ใต้คางถึงหน้าอกผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเปื้อน
  5. บีบยาสีฟันเล็กน้อยลงบนแปรงสีฟัน ให้ผู้สูงอายุใช้มือข้างที่ถนัดหรือข้างที่ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้จับแปรงสีฟัน
  6. ให้ผู้สูงอายุบ้วนน้ำลงในชามไต/กะละมัง หากเดินไปปรงที่อ่างล้างหน้า หรือห้องน้ำให้ผู้สูงอายุเดินไปที่อ่างล่างหน้า
  7. ให้ผู้สูงอายุแปรงสีฟันด้วยตนเอง หรือผู้ดูแลเป็นผู้ช่วยเหลือ โดยแปรงจากบนลงล่าง ให้แปรงสีฟันทำมุม 45 องศากับคอฟัน หลังจากนั้นแปรงลิ้นให้สะอาด
  8. บ้วนปากอีกครั้งจนรู้สึกสะอาด
  9. ประเมินลักษณะของช่องปากหลังจากแปรงฟัน พร้อมประเมินลักษณะผิดปกติที่พบ
  10. เช็ดปากให้สะอาด ทาวาสลีนหรือลิปสติกลงบนริมฝีปากด้านบนและล่างให้เรียบร้อย
  11. เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  12. บันทึกสิ่งที่ประเมินได้และรายงานพยาบาลทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
  • การทำความสะอาดช่องปากกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัวหรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้

การดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ควรยึดหลักให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีให้มากที่สุดก่อน เช่นถ้าผู้สูงอายุจับแปรงเอง และช่วยตรวจดูความสะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกไร้ค่า

อุปกรณ์

  1. ผ้าก๊อซ
  2. น้ำยาทำความสะอาด เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  3. ถุงมือ disposable 1 คู่
  4. ถังขยะ
  5. วาสลีน
  6. ผ้าเช็ดปาก
  7. ผ้ากันเปื้อน/ผ้าขนหนู

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมที่เตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนูรองตั้งแต่ใต้คางจนถึงหน้าอกผู้สูงอายุ
  3. จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าตะแคงหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก
  4. ใส่ถุงมือข้างที่ผู้ดูแลถนัด นำผ้าก๊อซที่ชุบกับน้ำยาบ้วนปากบิดให้หมาดๆ พันลงบนส่วนของขนแปรงสีฟันโดยรอบ พร้อมทั้งให้เหลือส่วนของปลายผ้าก๊อซไว้สำหรับให้ผู้ดูแลสามารถจับได้เพื่อป้องกันผ้าก๊อซหลุดลงไปในลำคอของผู้สูงอายุ
  5. นำผ้าก๊อซที่เปียกแตะบริเวณริมฝีปากของผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวก่อน
  6. แจ้งให้ผู้สูงอายุอ้าปาก ซึ่งส่วนมากผู้สูงอายุไม่อ้าปากให้ใช้มือลูบข้างแก้ม ลูบริมฝีปากเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย แล้วค่อยๆ เอานิ้วสอดเข้าไปให้อ้าปาก หรือใช้มืออีกข้างกดลงไปบนปลายคางผู้สูงอายุอย่างนุ่มนวลเพื่อให้ผู้สูงอายุอ้าปาก
  7. ใช้แปรงสีฟันที่พันด้วยผ้าก๊อซทำความสะอาดฟันด้านลนและด้านล่าง กระพุ้งแก้มและลิ้น โดยนำเศษอาหาร คราบเสมหะตามลิ้นซึ่งหากสะสมไว้ก่อให้เกิดฝ้าและเชื้อราในช่องปากได้
  8. เปลี่ยนผ้าก๊อซชิ้นใหม่เมื่อชิ้นเดิมสกปรก และทำความสะอาดจนคราบย้ำลายและเสมหะหมด
  9. เมื่อทำความสะอาดช่องปากจนกระทั่งสะอาดแล้ว ให้ทิ้งผ้าก๊อซลงในถังขยะ วางแปรงสีฟันลงในชามรูปไต
  10. ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดริมฝีปากให้แห้งอย่างนุ่มนวล ทาวาสลีนหรือลิปสติก เคลือบบนริมฝากด้านบนและล่างให้เรียบร้อย เพื่อป้องการการมีรอยแตกเป็นแผล มุมปากแห้ง
  11. จัดท่าผู้สูงอายุให้อยู่ในท่าสุขสบาย เปลี่ยนผ้ารองน้ำลายผืนใหม่เมื่อจำเป็น
  12. หลังจากทำความสะอาดช่องปากของผู้สูงอายุจนครบแล้ว ดูแลเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  13. ถอดถุงมือทิ้ง ล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง
  • การแปรงฟังกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัว (ต้องมีผู้ดูแล 2 คน)

อุปกรณ์

  1. น้ำยาทำความสะอาด เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  2. แปรงสีฟัน
  3. ยาสีฟัน
  4. ถุงมือ disposable 1 คู่
  5. ชามรูปไต
  6. แก้วน้ำ
  7. Syringe ขนาด 5 ซีซี
  8. วาสลีน หรือลิปสติก
  9. ผ้าเช็ดปาก
  10. ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนู

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมไปยังเตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนูรองตั้งแต่ใต้คางจนถึงหน้าอกผู้สูงอายุ
  3. จัดท่าให้ผู้สูงอายุตะแควหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก
  4. ผู้ดูแลที่เป็นผู้แปรงฟันให้ผู้สูงอายุสวมถุงมือ บีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟันเล็กน้อย เตรียมน้ำสำหรับทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  5. ใช้แปรงสีฟันแตะบริเวณริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัว
  6. เมื่อผู้สูงอายุอ้าปาก ผู้ช่วยเหลือให้ไม้กดลิ้นกดบริเวณโคนลิ้นไว้
  7. เริ่มแปรงฟันให้กับผู้สูงอายุตามวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง โดยแปรงฟันด้านบน ล่าง และลิ้นจนสะอาด
  8. เมื่อแปรงฟันและลิ้นจนสะอาด วางแปรงสีฟันลงในชามรูปไต ใช้ syringe ดูดน้ำครั้งละ 5 ซีซี ทำความสะอาดบริเวณร่องฟัน และข้างกระพุ้งแก้ม ในขณะที่ผู้สูงอายุอยู่ในท่าตะแคงหน้า
  9. ผู้ช่วยเหลือใช้เครื่องดูดเสมหะ ต่อกับสายดูดเสมหะ ดูดน้ำและคราบยาสีฟันออกจากปากผู้สูงอายุโดยใส่สายดูดเสมหะข้างๆกระพุ้งแก้ม เนื่องจากผุ้สูงอายุไม่สามารถบ้วนปากได้เองและป้องกันการสำลัก
  1. ทำขั้นตอนที่ 8 และ 9 ซ้ำ ๆ จนกระทั่งช่องปากผู้สูงอายุสะอาด
  2. เมื่อเสร็จและทำความสะอาดสายดูดเสมหะตามวิธีการล้างสายดูดเสมหะ พร้อมทั้งปิดเครื่องดูดเสมหะ และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  3. ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดทำความสะอาดริมฝีปาก แล้วเคลือบด้วยวาสลีนหรือลิปสติกให้เรียบร้อย
  4. เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างทำความสะอาด และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  5. ถอดถุงมือ ล้างมือให้สะอาด

หมายเหตุ

  • กรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัวทำความสะอาดช่องปากทุก 4 ชั่วโมง
  • กรณีผู้สูงอายุที่รู้สึกตัว เวลาในการทำความสะอาดช่องปากไม่จำเป็นต้องเช้าและเย็นเสมอไป โดยเคล็ดลับสำหรับผู้ดูแลคือ ให้ความยืดหยุ่น อาจจะไม่ต้องแปรงตามเวลาที่นอน ให้ดูกิจกรรมในช่วงเวลานั้น
  • เลือกอุปกรณ์และวิธีทำความสะอาดช่องปากให้กับผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นอันดับแรก
  • ควรมีการประเมินและบันทึกลักษณะของความผิดปกติที่ประเมินได้ทุกครั้ง พร้อมทั้งรายงานให้พยาบาลทราบทันที

1.4 การดูแลฟันปลอม

การดูแลฟันปลอม

การเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุประการนึงได้แก่ สุขภาพฟัน พบว่ามีฟันผุ หักแตกง่าย ทำให้ผู้สูงอายุส่วนมากจะใส่ฟันปลอม การทำความสะอาดฟันจึงรวมถึงการทำความสะอาดฟันปลอมด้วย ซึ่งมีความจำเป็นต่อผู้สูงอายุและอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างแพง บทบาทที่สำคัญที่ผู้ดูแลมีความจำเป็นที่ต้องทราบวิธีการดูแลฟันปลอมเป็นอย่างมาก

ข้อควรระวังในการดูแลฟันปลอม

  1. ผู้ดูแลควรระมัดระวังการร่วงหล่นบนพื้นหรืออ่างล้างหน้า เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฟันปลอมนั้นมีการแตกหักได้
  2. ผู้ดูแลควรระมัดระวังเรื่องอุณหภูมิของน้ำที่ใช่แช่ฟันปลอม เนื่องจากฐานฟันปลอมเป็นพลาสติก ไม่ควรแช่ในน้ำร้อน น้ำเดือด เพราะจะทำให้บิดเบี้ยว และไม่ควรทิ้งฟันปลอมตากแห้งเพราะอาจแตกร้าวได้ช่องปาก
  3. ฟันปลอมที่ทำให้ระคายเคืองต่อเหงือก และเนื้อเยื่อช่องปากควรได้รับการแก้ไข หากทิ้งไว้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งในปาก
  4. ฟันปลอมควรมีการถอดออกเสมอในเวลานอนและหลังมื้ออาหาร

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อความสะอาดและสุขสบาย
  2. ลดการสะสมของแบคทีเรีย
  3. ป้องกันอาการปากแห้ง
  4. เพื่อประเมินอาการแผลในปากจากการถูกกดของฟันปลอม

อุปกรณ์

  1. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน
  2. กล่องสำหรับใส่ฟันปลอม
  3. ผ้าก๊อซ
  4. ชามรูปไต
  5. ถุงมือ
  6. ผ้าผืนเล็ก
  7. วาสลีน

วิธีปฏิบัติ

  1. จัดทาให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่านั่ง
  2. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม
  3. ล้างมือ และใส่ถุงมือทั้ง 2 ข้างให้พร้อม
  4. แจ้งกับผู้สูงอายุถึงกิจกรรมที่จะทำ พร้อมทั้งวางชามรูปไตไว้บริเวณใต้คางของผู้สูงอายุ
  5. ถ้าผู้สูงอายุสามารถช่วยตัวเองได้ ให้ผู้สูงอายุถอดฟันปลอมให้ โดยใช้ผ้าก๊อซจับเพื่อช่วยหยิบฟันปลอมออก
    • หยิบฟันปลอมด้านบนออกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ โดยยกฟันปลอมด้านบนขึ้นเล็กน้อย แล้วดึงลงด้านล่างอย่างนุ่มนวลวางลงในชามรูปไต
    • แล้วหยิบฟันปลอมด้านล่างออกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือแล้วนิ้วชี้ โดยยกฟันปลอมด้านล่างขึ้นแล้วนำออกจากปากวางลงในชามรูปไต
  6. นำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ทั้งหมดพร้อมฟันปลอมล้างทำความสะอาด โดยแปรงด้านนอกไปซ้าย ขวา และกลับฟันเพื่อแปรงด้านในโดยปัดขนแปรงขึ้น
  7. ล้างฟันปลอมให้สะอาดแล้วใส่ฟันปลอมลงในกล่องที่ใส่น้ำไว้
  8. ล้างอุปกรณ์ให้สะอาด
  9. น้ำฟันปลอมที่สะอาดแล้วไปที่เตียงผู้สูงอายุ
  10. ทำความสะอาดปากให้ผู้สูงอายุ โดยเช็ดทำความสะอาดเหงือกและลิ้น โดยใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือผ้าก๊อซก็ได้
  11. ให้ผู้สูงอายุบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากลงในชามรูปไตจนสะอาด
  12. ใส่ฟันปลอมทั้งด้านบนและด้านล่างให้ผู้สูงอายุคงเดิม
    • หยิบฟันปลอมด้านบนด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ใช้มืออีกข้างยกริมฝีปากบนผู้สูงอายุขึ้นพร้อมทั้งใส่ฟันปลอม และกดฟันปลอมด้วยนิ้วชี้ด้วยความนุ่มนวล และให้มั่นใจว่าฟันปลอมนั้นอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
    • หยิบฟันปลอมด้านล่างด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ ใช้มืออีกข้างดึงริบฝีปากด้านล่างลงเบาๆแล้วใส่ฟันปลอมด้านล่างลงอย่างนุ่มนวล และกดเยาๆให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  13. เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  14. เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากผืนเล็ก แล้วทาด้วยวาสลีนหรือลิปสติก

ถอดถุงมือทิ้งและล้างมือทำความสะอาดให้เรียบร้อย

หวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยให้ท่านสามารถดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุที่บ้านได้ดีขึ้นนะคะ 

ด้วยความปรารถนาดีจากทีมแพทย์และพยาบาล Health at home 

Health at home ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน