เริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุ อย่างไร?

การทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุ

16 November 2018

การทำความสะอาดร่างกายผู้สูงอายุ

การดูแลความสะอาดของผู้สูงอายุ (Personal Hygiene)

ประเด็นเนื้อหา

  1. การดูแลความสะอาดช่องปาก (Oral hygiene)
  2. การดูแลดวงตา (Eye care)
  3. การโกนหนวด (Shaving)
  4. การสระผมบนเตียง (Shampooing)
  5. การอาบน้ำ (Bathing)
  6. การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก (Perineal care or Flushing)
  7. การทำความสะอาดมือและเท้า
  1. การดูแลความสะอาดช่องปาก (Oral hygiene)

การดูแลความสะอาดช่องปากมีความสำคัญ เนื่องจากสุขภาพช่องปากส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ได้แก่

  1. การปวดฟัน เสียวฟัน มีผลต่อการกินอาหาร การพักผ่อนนอนหลับ และการทำงาน
  2. ผู้สูงอายุที่ไม่มีฟัน มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด มีผลทำให้เกิดการสำลัก อาหารย่อยยาก ท้องอืดมากกว่าปกติ หรือทานอาหารได้น้อยลงจากการกลืนลำบากทำให้ขาดสารอาหาร น้ำหนักลด สุขภาพไม่แข็งแรงเป็นต้น
  3. สุขภาพช่องปากและฟันที่ไม่ดีมีผลต่อทั้งทางกาย ทางใจ และทางสังคม เช่นผุ้สูงอายุที่ไม่มีฟันก่อให้เกิดการอับอาย ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม หรือผู้สูงอายุที่ปวดฟันส่งผลทางอารมณ์ทำให้หงุดหงิด การสื่อสารลำบาก ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความสวยงามเป็นต้น

ดังนั้นการดูแลความสะอาดช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญ ผู้ดูแลจึงควรให้การส่งเสริมการดูแลช่องปากและฟัน โดยใช้วิธีการเทคนิคที่เหมาะสมถูกต้อง

ข้อควรพิจารณาในการดูแลความสะอาดช่องปาก ได้แก่

  1. วิธีการดูแลช่องปากให้มีความเหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละราย
  2. เลือกใช้อุปกรณ์การทำสะอาดช่องปากให้เหมาะสม เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  3. พิจารณาความถี่ในการทำความสะอาดช่องปากให้เหมาะสม
  4. ควรใช้อุปกรณ์สารหล่อลื่นหรือลิปสติก ทาบนริมฝีปากหลังทำความสะอาดทุกครั้ง
  5. ลงบันทึกสิ่งผิดปกติที่สังเกตจากการทำความสะอาดช่องปากในแอฟส่งเวร (HAH Care Tool) และแจ้งพยาบาลให้ทราบเพื่อการวางแผนการดูแล เช่น
    • ริมฝีปากแห้งลอกเป็นขุย หรือมีลักษณะเป็นแผลพุพอง
    • มีกลิ่นปาก
    • มีรอยแผลในปากหรือบนลิ้น
    • มีลักษณะเหงือกบวม แดง มีเลือดออก
    • มีฟันโยก ฟันผุ
    • มีความผิดปกติของฟันปลอม เป็นต้น

1.1 การทำความสะอาดช่องปากกรณีผู้สูงอายุรู้สึกตัว ช่วยเหลือตนเองได้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
  2. เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกสะอาด สุขสบาย
  3. เพื่อประเมินสภาพช่องปากของผู้สูงอายุ
  4. ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น

อุปกรณ์

  1. แปรงสีฟันชนิดขนแปลงนิ่ม
  2. ยาสีฟัน
  3. แก้วน้ำ
  4. ผ้ากันเปื้อน
  5. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
  6. วาสลีน หรือลิปสติก
  7. ชามรูปไต
  8. กะละมังล้างมือ

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมที่เตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ
  3. จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าศีรษะสูง
  4. ใช้ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าเช็ดตัวรองตั้งแต่ใต้คางถึงหน้าอกผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเปื้อน
  5. บีบยาสีฟันเล็กน้อยลงบนแปรงสีฟัน ให้ผู้สูงอายุใช้มือข้างที่ถนัดหรือข้างที่ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้จับแปรงสีฟัน
  6. ให้ผู้สูงอายุบ้วนน้ำลงในชามไต/กะละมัง หากเดินไปปรงที่อ่างล้างหน้า หรือห้องน้ำให้ผู้สูงอายุเดินไปที่อ่างล่างหน้า
  7. ให้ผู้สูงอายุแปรงสีฟันด้วยตนเอง หรือผู้ดูแลเป็นผู้ช่วยเหลือ โดยแปรงจากบนลงล่าง ให้แปรงสีฟันทำมุม 45 องศากับคอฟัน หลังจากนั้นแปรงลิ้นให้สะอาด
  8. บ้วนปากอีกครั้งจนรู้สึกสะอาด
  9. ประเมินลักษณะของช่องปากหลังจากแปรงฟัน พร้อมประเมินลักษณะผิดปกติที่พบ
  10. เช็ดปากให้สะอาด ทาวาสลีนหรือลิปสติกลงบนริมฝีปากด้านบนและล่างให้เรียบร้อย
  11. เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  12. บันทึกสิ่งที่ประเมินได้และรายงานพยาบาลทันทีเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
  • การทำความสะอาดช่องปากกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัวหรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้

การดูแลผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ควรยึดหลักให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีให้มากที่สุดก่อน เช่นถ้าผู้สูงอายุจับแปรงเอง และช่วยตรวจดูความสะอาด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุมีความรู้สึกไร้ค่า

อุปกรณ์

  1. ผ้าก๊อซ
  2. น้ำยาทำความสะอาด เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  3. ถุงมือ disposable 1 คู่
  4. ถังขยะ
  5. วาสลีน
  6. ผ้าเช็ดปาก
  7. ผ้ากันเปื้อน/ผ้าขนหนู

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมที่เตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนูรองตั้งแต่ใต้คางจนถึงหน้าอกผู้สูงอายุ
  3. จัดให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่าตะแคงหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก
  4. ใส่ถุงมือข้างที่ผู้ดูแลถนัด นำผ้าก๊อซที่ชุบกับน้ำยาบ้วนปากบิดให้หมาดๆ พันลงบนส่วนของขนแปรงสีฟันโดยรอบ พร้อมทั้งให้เหลือส่วนของปลายผ้าก๊อซไว้สำหรับให้ผู้ดูแลสามารถจับได้เพื่อป้องกันผ้าก๊อซหลุดลงไปในลำคอของผู้สูงอายุ
  5. นำผ้าก๊อซที่เปียกแตะบริเวณริมฝีปากของผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวก่อน
  6. แจ้งให้ผู้สูงอายุอ้าปาก ซึ่งส่วนมากผู้สูงอายุไม่อ้าปากให้ใช้มือลูบข้างแก้ม ลูบริมฝีปากเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย แล้วค่อยๆ เอานิ้วสอดเข้าไปให้อ้าปาก หรือใช้มืออีกข้างกดลงไปบนปลายคางผู้สูงอายุอย่างนุ่มนวลเพื่อให้ผู้สูงอายุอ้าปาก
  1. ใช้แปรงสีฟันที่พันด้วยผ้าก๊อซทำความสะอาดฟันด้านลนและด้านล่าง กระพุ้งแก้มและลิ้น โดยนำเศษอาหาร คราบเสมหะตามลิ้นซึ่งหากสะสมไว้ก่อให้เกิดฝ้าและเชื้อราในช่องปากได้
  2. เปลี่ยนผ้าก๊อซชิ้นใหม่เมื่อชิ้นเดิมสกปรก และทำความสะอาดจนคราบย้ำลายและเสมหะหมด
  3. เมื่อทำความสะอาดช่องปากจนกระทั่งสะอาดแล้ว ให้ทิ้งผ้าก๊อซลงในถังขยะ วางแปรงสีฟันลงในชามรูปไต
  4. ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดริมฝีปากให้แห้งอย่างนุ่มนวล ทาวาสลีนหรือลิปสติก เคลือบบนริมฝากด้านบนและล่างให้เรียบร้อย เพื่อป้องการการมีรอยแตกเป็นแผล มุมปากแห้ง
  5. จัดท่าผู้สูงอายุให้อยู่ในท่าสุขสบาย เปลี่ยนผ้ารองน้ำลายผืนใหม่เมื่อจำเป็น
  6. หลังจากทำความสะอาดช่องปากของผู้สูงอายุจนครบแล้ว ดูแลเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  7. ถอดถุงมือทิ้ง ล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง
  • การแปรงฟังกรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัว (ต้องมีผู้ดูแล 2 คน)

อุปกรณ์

  1. น้ำยาทำความสะอาด เช่น น้ำเกลือ น้ำยาบ้วนปาก เป็นต้น
  2. แปรงสีฟัน
  3. ยาสีฟัน
  4. ถุงมือ disposable 1 คู่
  5. ชามรูปไต
  6. แก้วน้ำ
  7. Syringe ขนาด 5 ซีซี
  8. วาสลีน หรือลิปสติก
  9. ผ้าเช็ดปาก
  10. ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนู

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมไปยังเตียงผู้สูงอายุ
  2. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ ผ้ากันเปื้อน หรือผ้าขนหนูรองตั้งแต่ใต้คางจนถึงหน้าอกผู้สูงอายุ
  3. จัดท่าให้ผู้สูงอายุตะแควหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก
  4. ผู้ดูแลที่เป็นผู้แปรงฟันให้ผู้สูงอายุสวมถุงมือ บีบยาสีฟันลงบนแปรงสีฟันเล็กน้อย เตรียมน้ำสำหรับทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  5. ใช้แปรงสีฟันแตะบริเวณริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัว
  6. เมื่อผู้สูงอายุอ้าปาก ผู้ช่วยเหลือให้ไม้กดลิ้นกดบริเวณโคนลิ้นไว้
  7. เริ่มแปรงฟันให้กับผู้สูงอายุตามวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง โดยแปรงฟันด้านบน ล่าง และลิ้นจนสะอาด
  8. เมื่อแปรงฟันและลิ้นจนสะอาด วางแปรงสีฟันลงในชามรูปไต ใช้ syringe ดูดน้ำครั้งละ 5 ซีซี ทำความสะอาดบริเวณร่องฟัน และข้างกระพุ้งแก้ม ในขณะที่ผู้สูงอายุอยู่ในท่าตะแคงหน้า
  9. ผู้ช่วยเหลือใช้เครื่องดูดเสมหะ ต่อกับสายดูดเสมหะ ดูดน้ำและคราบยาสีฟันออกจากปากผู้สูงอายุโดยใส่สายดูดเสมหะข้างๆกระพุ้งแก้ม เนื่องจากผุ้สูงอายุไม่สามารถบ้วนปากได้เองและป้องกันการสำลัก
  1. ทำขั้นตอนที่ 8 และ 9 ซ้ำ ๆ จนกระทั่งช่องปากผู้สูงอายุสะอาด
  2. เมื่อเสร็จและทำความสะอาดสายดูดเสมหะตามวิธีการล้างสายดูดเสมหะ พร้อมทั้งปิดเครื่องดูดเสมหะ และเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  3. ใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดทำความสะอาดริมฝีปาก แล้วเคลือบด้วยวาสลีนหรือลิปสติกให้เรียบร้อย
  4. เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างทำความสะอาด และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  5. ถอดถุงมือ ล้างมือให้สะอาด

หมายเหตุ

  • กรณีผู้สูงอายุไม่รู้สึกตัวทำความสะอาดช่องปากทุก 4 ชั่วโมง
  • กรณีผู้สูงอายุที่รู้สึกตัว เวลาในการทำความสะอาดช่องปากไม่จำเป็นต้องเช้าและเย็นเสมอไป โดยเคล็ดลับสำหรับผู้ดูแลคือ ให้ความยืดหยุ่น อาจจะไม่ต้องแปรงตามเวลาที่นอน ให้ดูกิจกรรมในช่วงเวลานั้น
  • เลือกอุปกรณ์และวิธีทำความสะอาดช่องปากให้กับผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สูงอายุเป็นอันดับแรก
  • ควรมีการประเมินและบันทึกลักษณะของความผิดปกติที่ประเมินได้ทุกครั้ง พร้อมทั้งรายงานให้พยาบาลทราบทันที

1.4 การดูแลฟันปลอม

การเปลี่ยนแปลงในผู้สูงอายุประการนึงได้แก่ สุขภาพฟัน พบว่ามีฟันผุ หักแตกง่าย ทำให้ผู้สูงอายุส่วนมากจะใส่ฟันปลอม การทำความสะอาดฟันจึงรวมถึงการทำความสะอาดฟันปลอมด้วย ซึ่งมีความจำเป็นต่อผู้สูงอายุและอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างแพง บทบาทที่สำคัญที่ผู้ดูแลมีความจำเป็นที่ต้องทราบวิธีการดูแลฟันปลอมเป็นอย่างมาก

ข้อควรระวังในการดูแลฟันปลอม

  1. ผู้ดูแลควรระมัดระวังการร่วงหล่นบนพื้นหรืออ่างล้างหน้า เนื่องจากจะเป็นสิ่งที่ทำให้ฟันปลอมนั้นมีการแตกหักได้
  2. ผู้ดูแลควรระมัดระวังเรื่องอุณหภูมิของน้ำที่ใช่แช่ฟันปลอม เนื่องจากฐานฟันปลอมเป็นพลาสติก ไม่ควรแช่ในน้ำร้อน น้ำเดือด เพราะจะทำให้บิดเบี้ยว และไม่ควรทิ้งฟันปลอมตากแห้งเพราะอาจแตกร้าวได้ช่องปาก
  3. ฟันปลอมที่ทำให้ระคายเคืองต่อเหงือก และเนื้อเยื่อช่องปากควรได้รับการแก้ไข หากทิ้งไว้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งในปาก
  4. ฟันปลอมควรมีการถอดออกเสมอในเวลานอนและหลังมื้ออาหาร

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อความสะอาดและสุขสบาย
  2. ลดการสะสมของแบคทีเรีย
  3. ป้องกันอาการปากแห้ง
  4. เพื่อประเมินอาการแผลในปากจากการถูกกดของฟันปลอม

อุปกรณ์

  1. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน
  2. กล่องสำหรับใส่ฟันปลอม
  3. ผ้าก๊อซ
  4. ชามรูปไต
  5. ถุงมือ
  6. ผ้าผืนเล็ก
  7. วาสลีน

วิธีปฏิบัติ

  1. จัดทาให้ผู้สูงอายุอยู่ในท่านั่ง
  2. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม
  3. ล้างมือ และใส่ถุงมือทั้ง 2 ข้างให้พร้อม
  4. แจ้งกับผู้สูงอายุถึงกิจกรรมที่จะทำ พร้อมทั้งวางชามรูปไตไว้บริเวณใต้คางของผู้สูงอายุ
  5. ถ้าผู้สูงอายุสามารถช่วยตัวเองได้ ให้ผู้สูงอายุถอดฟันปลอมให้ โดยใช้ผ้าก๊อซจับเพื่อช่วยหยิบฟันปลอมออก
    • หยิบฟันปลอมด้านบนออกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ โดยยกฟันปลอมด้านบนขึ้นเล็กน้อย แล้วดึงลงด้านล่างอย่างนุ่มนวลวางลงในชามรูปไต
    • แล้วหยิบฟันปลอมด้านล่างออกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือแล้วนิ้วชี้ โดยยกฟันปลอมด้านล่างขึ้นแล้วนำออกจากปากวางลงในชามรูปไต
  6. นำอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ทั้งหมดพร้อมฟันปลอมล้างทำความสะอาด โดยแปรงด้านนอกไปซ้าย ขวา และกลับฟันเพื่อแปรงด้านในโดยปัดขนแปรงขึ้น
  7. ล้างฟันปลอมให้สะอาดแล้วใส่ฟันปลอมลงในกล่องที่ใส่น้ำไว้
  8. ล้างอุปกรณ์ให้สะอาด
  9. น้ำฟันปลอมที่สะอาดแล้วไปที่เตียงผู้สูงอายุ
  10. ทำความสะอาดปากให้ผู้สูงอายุ โดยเช็ดทำความสะอาดเหงือกและลิ้น โดยใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือผ้าก๊อซก็ได้
  11. ให้ผู้สูงอายุบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากลงในชามรูปไตจนสะอาด
  12. ใส่ฟันปลอมทั้งด้านบนและด้านล่างให้ผู้สูงอายุคงเดิม
    • หยิบฟันปลอมด้านบนด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ใช้มืออีกข้างยกริมฝีปากบนผู้สูงอายุขึ้นพร้อมทั้งใส่ฟันปลอม และกดฟันปลอมด้วยนิ้วชี้ด้วยความนุ่มนวล และให้มั่นใจว่าฟันปลอมนั้นอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
    • หยิบฟันปลอมด้านล่างด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ ใช้มืออีกข้างดึงริบฝีปากด้านล่างลงเบาๆแล้วใส่ฟันปลอมด้านล่างลงอย่างนุ่มนวล และกดเยาๆให้แน่ใจว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  13. เก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
  14. เช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากผืนเล็ก แล้วทาด้วยวาสลีนหรือลิปสติก
  15. ถอดถุงมือทิ้งและล้างมือทำความสะอาดให้เรียบร้อย
  1. การเช็ดตา (Eye care)

      ในขณะที่ตนเรามีอายุมากขึ้นมีกระบวนการสูงอายุ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นสายตายาว เลนส์หรือกระจกตาขุ่น เกิดต้อกระจกกล้ามเนื้อตาเสื่อม ความไวในการมองภาพลดลง ทำให้ปวดศีรษะได้ง่าย มีน้ำตาลดลง ทำให้ตาแห้งระคายเคือง เป็นต้น การเช็ดตาจึงมีความสำคัญเพื่อรักษาความสะอาดให้ดวงตา ผู้ดูแลจึงจำเป็นต้องรู้วิธีการเช็ดตาอย่างถูกวิธี

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อความสะอาดและสุขสบาย
  2. เพื่อลดการสะสมของ (Discharge)
  3. เพื่อลดการติดเชื้อ

อุปกรณ์

  1. กล่องใส่สำลีกลมสำหรับเช็ดตา
  2. น้ำต้มสุข หรือน้ำเกลือ Normal saline
  3. ถังขยะสำหรับใส่สำลีเช็ดตาแล้ว

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์มาที่เตียงผู้สูงอายุให้พร้อม
  2. ล้างมือให้สะอาดก่อนเช็ดตาผู้สูงอายุ
  3. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบก่อนการทำกิจกรรมให้ผู้สูงอายุทุกครั้ง
  4. จับสำลีจากกล่องเช็ดตา โดยการหยิบสำลี 2 ก้อนประกบกันไว้ด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือข้างที่ถนัดบีบน้ำจากสำลีให้หมาดๆ
  5. หยิบสำลีแยกจากกัน โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มืออีกข้าง สัมผัสด้านนอกของสำลีโดยแยกสำลีข้างละ 1 ก้อน
  6. ใช้สำลี 1 ก้อนในการเช็ดตา โดยใช้ด้านที่ไม่ได้สัมผัสกับนิ้วมือ เช็ดจากหัวตาไปหางตาอย่างนุ่มนวล โดยเช็ดเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง
  7. หากไม่สะอาดให้ใช้สำลีอีกก้อนเช็ดด้วยวิธีเดียวกันกับข้อ 6 จนสะอาด
  8. เช็ดตาวิธีเดียวกันกับข้อ 6 และ 7
  9. เก็บอุปกรณ์เข้าที่ให้เรียบร้อย
  10. ล้างมือหลังการเช็ดตาให้สะอาดทุกครั้ง

หมายเหตุ

  • ประเมินลักษณะของสารคัดหลั่งหรือ Discharge ที่ออกจากตาทุกครั้งพร้อมทั้งลงบันทึกลักษณะและปริมาณ
  • ไม่เช็ดตาขณะผู้สูงอายุลืมตาเนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อกระจกตา(Cornea)ของผู้สูงอายุ
  • เช็ดตาให้กับผู้สูงอายุที่ไม่รู้สึกตัวอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง
  • ควรมีการเปลี่ยนสำลีสำหรับเช็ดตาในกระปุกทุกวัน
  1. การโกนหนวด (Shaving)

ในผู้ชายหลายๆคนนั้นการโกนหนวดเพื่อความสุขสบาย และเป็นผลทางจิตใจอย่างหนึ่ง ดังนั้นการเลือกใช้อุปกรณ์โกนหนวดและวิธีการโกนหนวดที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละคนนั้นมีความสำคัญและจำเป็น เช่น ผู้สูงอายุที่มีเกร็ดเลือดต่ำ ไม่ควรใช้มีดโกนควรใช้เครื่องโกนหนวดชนิดไฟฟ้า

ในกรณีผู้สูงอายุสมองเสื่อมไม่ควรใช้มีดโกนชนิดใบมีด เนื่องจากผู้สูงอายุนั้นไม่เข้าใจว่ากำลังทำสิ่งใด ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงอายุต่อต้านและลุกอย่างรวดเร็ว อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดผิวหนังได้ ควรเลือกใช้เครื่องโกนหนวดชนิดไฟฟ้า เป็นต้น

ดังนั้นการโกนหนวดควรคำนึงถึงทั้งด้านความปลอดภัย และความสุขสบายของผู้สูงอายุด้วยทุกครั้งโดยที่ผู้ดูปละควรทราบ และสามารถปฏิบัติการดูแลได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

วัตถุประสงค์

            เพื่อความสะอาดและความสุขสบาย

อุปกรณ์

  1. มีดโกนหนวด
  2. ครีมโกนหนวดหรือสบู่
  3. โลชั่น
  4. ผ้าผืนเล็ก 1 ผืน ผ้าเช็ดตัว 1 ผืน

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อมไปยังเตียงผู้สูงอายุ จัดวางให้ใกล้มือตามลำดับ
  2. จัดท่าให้ผู้สูงอายุให้อยู่ในท่ากึ่งศีรษะสูง(ถ้าไม่มีข้อห้าม) หรือนอนราบ ดูแลสิ่งแวดล้อมให้สว่าง สามารถมองเห็นได้
  3. วางผ้าเช็ดตัวเหนือบริเวณหน้าอกผู้สูงอายุ
  4. ใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำให้เปียก เช็ดบนใบหน้าของผู้สูงอายุทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที
  5. ใช้สบู่หรือครีมโกนหนวดเทลงในมือ แล้วฟอกบริเวณขากรรไกรเหนือริมฝีปากและคาง
  6. ใช้มืออีกข้างดึงผิดหนังให้ตึง แล้วใช้มีดโกนหนวดโกนลง
  7. เสร็จแล้วเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่โกนหนวด แล้วทาโลชั่นหลังโกนหนวด
  8. เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด แล้วเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  9. ล้างมือให้สะอาด
  10. การสระผมบนเตียง (Shampooing)

การสระผมบนเตียง (Shampooing)

            โดยทั่วไปคนเรามักสระผมหนึ่ง สอง หรือสามครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อช่วยชำระคราบเหงื่อ ผ่อนคลายผู้สูงอายุด้วย โดยภายหลังจากการสระผมแล้วควรเป่าผมให้แห้งและจัดแต่งทรงผมให้ทันที อีกทั้งการสระผมนั้นควรคำนึงถึงสภาพของผู้สูงอายุ และปัจจัยด้านความปลอดภัยด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ดูแลจึงควรทราบหลักการและเทคนิคการสระผมบนเตียงเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้

            ปัจจุบันได้มีอุปกรณ์เพื่อช่วยให้สระผมผู้สูงอายุบนเตียงให้สะดวกมากขึ้นเป้นอ่างสระผม ผู้ดูแลสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม

ตัวอย่างอ่างสระผม

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อความสะอาดและสุขสบาย
  2. เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
  3. เพื่อสังเกตลักษณะของศีรษะและหนังศีรษะ รวมทั้งโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ

อุปกรณ์

  1. อ่างสระผม(ถ้ามี)
  2. ถังใส่น้ำและแก้วตักน้ำ
  3. แชมพูสระผม
  4. ผ้ายางกันน้ำ
  5. ผ้าเช็ดผม 1 ผืน
  6. เครื่องเป่าผม (ถ้ามี)
  7. ผ้าผืนเล็ก 1 ผืน
  8. น้ำอุ่น

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไปที่เตียงผู้สูงอายุ และจัดวางก่อน-หลังให้หยิบจับได้สะดวก
  2. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  3. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ พร้อมทั้งจัดท่าให้ผู้ป่วยสุขสบาย วางศีรษะให้เหมาะสม
  4. ปลดไม้กั้นเตียงด้านที่ผู้ดูแลยืนลง วางผ้าเช็ดตัวคลุมบริเวณหน้าอกของผู้ป่วยลงมา
  5. แปรงผมผู้สูงอายุก่อนเพื่อแยกผมที่จับตัวเป็นก้อน หรือคราบสกปรกออก
  6. ยกศีรษะผู้สูงอายุลงจากหมอน จัดท่าให้ศีรษะต่ำๆ วางผ้ายางกันน้ำใต้ศีรษะและบ่าผู้สูงอายุ อาจใช้ผ้าม้วนกลมๆรองบริเวณศีรษะและลำคอได้ถ้ามีความจำเป็น
  7. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบอีกครั้ง ใช้ผ้าพับเป็นสี่เหลี่ยมปิดตาผู้สูงอายุไว้ โดยระวังไม่ให้ปิดจมูกและปากของผู้สูงอายุ
  8. ตักน้ำราดลงบนศีรษะผู้สูงอายุให้เปียกพอสมควร เทยาสระผมลงในมือขยี้เบาๆด้วยมือทั้ง 2 ข้าง แล้วจึงเริ่มเทน้ำลงบนเส้นผม โดยเริ่มจากโคนผมไปยังปลายผม
  9. นวดหนังศีรษะด้วยปลายนิ้วเบาๆ ไม่ควรเกาลงบนหนังศีรษะ
  10. ล้างผมให้สะอาด หากประเมินดูแล้วไม่สะอาดพอสามารถทำซ้ำในขั้นตอนที่ 8-10 ได้อีกครั้ง
  11. บีบน้ำออกจากผมเบาๆ แล้วคลุมด้วยผ้าเช็ดตัว
  12. เลื่อนอ่างสระผมและผ้ากันเปื้อนออก ใช้ผ้าที่คลุมบริเวณหน้าอกและบริเวณใบหน้า เช็ดให้แห้ง พร้อมทั้งยกศีรษะขึ้นบนเตียง
  13. เช็ดผมให้แห้ง และถ้าผืนแรกเปียกให้ใช้ผืนที่ 2
  14. แปรงผมผู้สูงอายุเป็นส่วนๆ โดย แปรงผมของผู้สูงอายุจากโคนผมมาปลายผม พร้อมทั้งแปรงผมอย่างนุ่มนวล
  15. เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
  16. ล้างมือให้สะอาด
  1. การอาบน้ำ (Bathing)

การอาบน้ำเป็นการทำความสะอาดผิวหนัง เยื่อเมือกบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นการชำระล้างเชื้อโรค ขี้ไคล น้ำมันส่วนเกินออกจากร่างกาย การอาบน้ำทำให้เกิดความสดชื่น ผ่อนคลาย รวมทั้งเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียน

            วิธีการอาบน้ำนั้นขึ้นอยู่กับผู้สูงอายุว่ามีความสามารถในการช่วยตนเองเพียงใด โดยพิจารณาเลือกวิธีอาบน้ำที่เหมาะสม ได้แก่ การอาบน้ำด้วยตนเอง การช่วยเช็ดตัว การเช็ดตัวบนเตียง เป็นต้น จำนวนครั้งในการอาบน้ำขึ้นกับสถานการณ์ คือ ร่างกายของผู้สูงอายุ อากาศ กิจกรรม และความเจ็บป่วย เป็นต้น

            การอาบน้ำผู้สูงอายุโดยทั่วไปเป็นกิจกรรมหลักในการดูแลของผู้ดูแล ดังนั้นในการอาบน้ำเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดี ควรมีข้อพิจารณาในการอาบน้ำผู้สูงอายุ

  1. ควรอาบน้ำผู้สูงอายุด้วยวิธีการใด เช่น พาลงนั่งเก้าอี้เข้าห้องน้ำ การเช็ดตัวบนเตียง เป็นต้น
  2. มีความจำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยเหลือในการอาบน้ำหรือไม่
  3. ผู้สูงอายุมีข้อจำกัดในการอาบน้ำหรือไม่ เช่น หลังการผ่าตัดแผลห้ามโดนน้ำ ผู้สูงอายุอ่อนแรงไม่สามารถเคลื่อนย้ายตนเองได้ เป็นต้น
  4. อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ โดยอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมควรเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำอุณภูมิห้อง
  5. ผลิตภัณฑ์ใช้ในการทำความสะอาดผิวที่เหมาะสม เช่น ผู้สูงอายุผิวแพ้ง่ายต้องใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่าย หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหาทางผิวหนังต้องใช้สบู่ยาจากโรงพยาบาลเท่านั้น เป็นต้น
  6. ลงบันทึกสิ่งผิดปกติที่สังเกตจากการอาบน้ำผู้สูงอายุในแอฟส่งเวร (HAH Care Tool) และแจ้งพยาบาลให้ทราบเพื่อการวางแผนการดูแล เช่น
    • สีผิว ริมฝีปาก ขอบเล็บ และตาขาวมีความผิดปกติ
    • ตำแหน่งและลักษณะของพื้นที่พบ
    • ผิวแห้ง
    • จุดจ้ำเลือด บริเวณผิวหนังที่ฉีกขาด
    • บริเวณที่มีสีซีดหรือแดง โดยเฉพาะปุ่มกระดูก
    • การมีสิ่งคัดหลั่ง หรือเลือดออกจากบาดแล หรือร่างกาย
    • การบวมบริเวณเท้าและขา
    • ความเจ็บปวดหรือความไม่สุขสบาย

5.1 การอาบน้ำผู้สูงอายุในห้องน้ำ

            การอาบน้ำสำหรับผุ้สูงอายุ เพื่อคงความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันให้มากที่สุด พยายามให้ผุ้สูงอายุทำเองให้มากที่สุด โดยหากผู้สูงอายุสามารถเดิน หรือพยุงเข้าห้องน้ำได้ให้เดินเอง แต่หากมีข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์พาผู้ป่วยเข้าห้องน้ำนั้น อาจเป็นเก้าอี้หรือรถเข็นโดยจะใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในกรณีที่ไม่สามารถเดินเข้าห้องน้ำได้

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงอาบน้ำในห้องน้ำได้สะดวก ปลอดภัย

อุปกรณ์

  1. เก้าอี้อาบน้ำ
  2. สายรัดเอว (กรณีคนไข้ทรงตัวได้ไม่ดี)
  3. อุปกรณ์อาบน้ำ
  4. เสื้อคลุม
  5. ผ้าเช็ดตัว
  6. ผ้าผืนเล็ก

วิธีปฏิบัติ

  1. นำเก้าอี้อาบน้ำวางข้างเตียงผู้สูงอายุ ล็อกล้อเก้าอี้อาบน้ำ หรือจัดให้เก้าอี้อาบน้ำยึดให้แน่น
  2. ปลดไม้กั้นเตียงลง จัดท่าผู้ป่วยพลิกตะแคงตัวมาทางด้านดูแล ขยับปลายเท้าผู้สูงอายุลงห้อยเท้าข้างเตียง แล้วจัดท่าให้ผู้สูงอายุลุกนั่งบนเตียง
  3. ผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหน้า และพยุงผู้สูงอายุลงนั่งรถเข็นอาบน้ำ จัดท่าผู้ป่วยให้นั่งตรง หลังพิงพนักรถเข็นอาบน้ำ
  4. กรณีผู้สูงอายุทรงตัวไม่ดี อาจจำเป็นใช้เชือกผูกเอวสอดเข้าจากด้านหลังให้คาดเอวผู้สูงอายุ แล้วสอดเชือกกลับไปด้านตรงข้ามแล้วผูกให้แน่นพอประมาณเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
  5. จัดเท้าผู้สูงอายุให้วางไว้บนที่พักเท้าและส่วนต่างๆ ของผู้สูงอายุไว้ในรถเข็น
  6. เข็นรถอาบน้ำเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำทั้งหมด ปิดประตูห้องน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันการเปิดเผย
  7. ทดสอบอุณหภูมิของน้ำให้อุ่น เริ่มราดน้ำลงบนเท้าผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกตัว
  8. ใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำ เช็ดตา ใบหู และใบหน้าของผู้ป่วย
  9. แปรงฟัน ทำความสะอาดปาก ฟันผู้สูงอายุ เริ่มราดน้ำไปบนลำตัวให้เปียก ทำความสะอาดทั่วร่างกายตามบริเวณซอกคอ ซอกรักแร้ และตามลำตัวทั้งหมด
  10. ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ และก้น
  11. ล้างให้สะอาดอีกครั้งจนรู้สึกว่าผิวหนังของผู้สูงอายุสะอาด
  12. เช็ดตัวผู้สูงอายุให้แห้ง ด้วยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
  13. เข็นรถอาบน้ำไปยังเตียงผู้สูงอายุ โดยวางรถเข็นขนานกับเตียง ล็อกล้อให้สนิท
  14. ดูแลพาผู้สูงอายุขึ้นเตียง และดูแลเช็ดลำตัว ขาหนีบ ซอกรักแร้ และซอกมือ ซอกเท้าให้แห้งอีกครั้ง ทาโลชั่นตามตัวผู้ป่วยอีกครั้ง พร้อมจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย
  15. ดูแลจัดท่าผู้ป่วยให้สุขสบาย ห่มผ้าจากปลายเท้าถึงใต้หน้าอก
  16. เก็บอุปกรณ์อาบน้ำเข้าที่ให้เรียบร้อย เช็ดรถเข็นอาบน้ำให้แห้ง นำไปเก็บเข้าที่
  17. ล้างมือให้สะอาด

5.2 การอาบน้ำผู้สูงอายุบนเตียง (The Complete Bed Bath)

โดยส่วนมากจะเป็นการอาบน้ำในผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว เป็นอัมพาต ใส่เฝือก หรืออ่อนเพลียจากการเจ็บป่วย

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกสะอาด และสุขสบาย
  2. กระตุ้นการหมุนเวียนของโลหิตทั่วร่างกาย

อุปกรณ์

  1. กะละมังใส่น้ำ 2 ใบ
  2. อุปกรณ์สำหรับการอาบน้ำ เช่น สบู่ Lotion เป็นต้น
  3. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กสำหรับเช็ดตัว 2 ผืน
  4. ชุดใหม่สำหรับผู้สูงอายุ รวมทั้งผ้าที่จำเป็นในการเปลี่ยนเตียง เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าขวางเตียง ปลอกหมอน เป็นต้น
  5. น้ำอุ่นประมาณ 2/3 กะละมัง (ทดสอบโดยการใช้หลังมือหรือท้องแขน)

วิธีปฏิบัติ

  1. ประเมินสภาพผู้สูงอายุและแจ้งให้ทราบว่าจะเช็ดตัวให้บอกวัตถุประสงค์และวิธีการเช็ดตัว
  2. เตรียมอุปกรณ์การเช็ดตัว และเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ต้องใช้มาวางไว้ปลายเตียงให้พร้อม นำกะละมังเช็ดตัว ใส่น้ำอุ่น ปริมาณ 2/3 ของกะละมัง วางไว้ข้างเตียงผู้ป่วย
  3. เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างบนเตียง เช่น หมอนข้าง ตุ๊กตา ผ้าห่ม ออกมาวางไว้บริเวณเก้าอี้ใกล้เตียง เพื่อความสะดวกในการเช็ดตัวผู้สูงอายุ รวมทั้งการจัดสิ่งแวดล้อมการปิดพัดลมบานเกร็ด และปิดแอร์คอนดิชันให้เรียบร้อย
  4. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบก่อนทำกิจกรรม ถอดเสื้อ กางเกง หรือชุดคลุมผู้ป่วยออก โดยใช้ผ้าคลุมตัวผู้ป่วยจนถึงช่วงลำคอ แล้วถอดเสื้อผ้า เพื่อป้องกันการเปิดเผยผู้ป่วย
  5. เลื่อนตัวผู้สูงอายุมาติดริมเตียงด้านที่ผู้ดูแลยืนอยู่ เพื่อสะดวกในการเช็ดตัว และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
  6. ใช้ผ้าเช็ดตัวชุบน้ำบิดหมาดๆ แจ้งผู้สูงอายุทราบอีกครั้งก่อนลงมือเช็ดตัวผู้สูงอายุ โดยเริ่มจากบริเวณตา ใบหน้า ใบหู จมูก คอ เป็นอันดับแรก ทำซ้ำในบริเวณเดิมอีกครั้งจนสะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง
  7. ทำความสะอาดผ้าเช็ดตัวจนสะอาด เช็ดบริเวณหน้าอกและหน้าท้องให้สะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง หลังจากนั้นเช็ดแขนด้านไกลตัวมาด้านใกล้ตัว
  8. แช่มือผู้สูงอายุในกะละมัง ทำความสะอาดบริเวณซอกเล็บ ซอกมือ ให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง
  9. เช็ดขาด้านไกลตัวก่อน หลังจากนั้นเช็ดขาด้านใกล้ตัว เช็ดสะโพก ขาหนีบ และอวัยวะสืบพันธุ์จนสะอาด ใช้ผ้าซับให้แห้ง แช่เท้าผู้สูงอายุโดยทำความสะอาดบริเวณซอกเล็บ ซอกเท้าให้สะอาดแล้วซับให้แห้ง
  10. พลิกตะแคงตัวผู้สูงอายุเข้าหาผู้ดูแล ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดบริเวณส่วนหลังทั้งหมด แล้วซับให้แห้ง
  11. ทาโลชั่นตามร่างกายผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันผิวแห้ง
  12. ใส่เสื้อ กางเกง หรือชุดคลุม โดยใส่ด้านที่ไม่มีแรงก่อนแล้วจับใส่ด้านที่มีแรงทีหลัง และดูแลเปลี่ยนผ้าปู ผ้าขวาง ปลอกหมอนกรณีจำเป็นให้เรียบร้อย
  13. จัดท่าผู้สูงอายุให้อยู่ในท่าที่สุขสบาย ห่มผ้าตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงใต้ราวนม
  14. นำอุปกรณ์ทั้งหมดไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย โดยกะละมังใช้ล้างขัดทำความสะอาดบริเวณภายในและภายนอก คว่ำเก็บให้เรียบร้อย ผ้าต่างๆส่งซักพร้อมทั้งดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆเตียงผู้สูงอายุอีกครั้ง

หมายเหตุ

  1. ควรมีการขออนุญาตและแจ้งให้ผู้สูงอายุทราบทุกครั้ง
  2. ในกรณีผู้สูงอายุขับถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะ ควรดูแลทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนเช็ดตัว
  3. ในกรณีที่ผู้สูงอายุผิวแห้ง มีผื่นแพ้ต่างๆ ควรงดการใช้สบู่ทำความสะอาดร่างกาย
  4. ควรมีการทดสอบน้ำก่อนการเช็ดตัวผู้สูงอายุเสมอ หากเย็นเกินไป หรือน้ำสกปรก ควรเปลี่ยนน้ำในการเช็ดตัว
  5. ไม่ควรเปิดเผยผู้สูงอายุเกินความจำเป็น ขณะเช็ดตัว
  6. ในขณะเช็ดตัวผู้สูงอายุ ควรมีการประเมินลักษณะของผิวหนังผู้ป่วยไปด้วย หากพบความผิดปกติให้รายงานญาติ และแจ้งใหพยาบาลทราบเพื่อวางแผนการดูแลต่อไป

5.3 การอาบน้ำให้ผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางด้านสมอง

ผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางด้านสมองเช่น ผู้สูงอายุสมองเสื่อม หรือมีปัญหาทางด้านอามรมณ์ อาจจะต่อต้านการอาบน้ำ เนื่องจากไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือทำไมต้องอาบน้ำ และมีความหวาดระแวง ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการต่อต้าน อาจมีตะโกนเสียงดัง ปัดป้อง หรือเรียกให้คนช่วย ดังนั้นผู้ดูแลควรมีเทคนิคการอาบน้ำให้ผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางด้านสมอง ดังนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียบร้อย
  2. ไม่เร่งรีบผู้สูงอายุ พิจารณาตามความเหมาะสมให้ใช้หลักความยืดหยุ่น
  3. หากลวิธีที่ทำให้ผู้สูงอายุสงบ และใช้น้ำเสียงในการพูดคุยกับผู้สูงอายุที่นุ่มนวล
  4. เบี่ยงเบนความสนใจของผู้สูงอายุ
  5. เข้าหาผู้สูงอายุด้วยความสุภาพ
  6. หากผู้สูงอายุมีการต่อต้าน ควรหยุดแล้วเริ่มอาบน้ำให้กับผู้สูงอายุในเวลาต่อมา
  7. การทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก (Perineal care or Flushing)

            การทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และป้องกันกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งทำให้เกิดความสุขสบายแก่         

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อความสะอาด และลดการสะสมของกลิ่นไม่พึงประสงค์
  2. เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ

อุปกรณ์

  1. ชามรูปไตใส่สำลี Flushing หรือกระดาษชำระแบบเปียก
  2. น้ำสำหรับทำความสะอาด
  3. ถุงมือ Disposable 1 คู่
  4. ถังขยะ

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์สำหรับ Flushing ให้พร้อม
  2. บอกให้ผู้สูงอายุทราบก่อนการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก และดูสิ่งแวดล้อมไม่เปิดเผยผู้สูงอายุ
  3. จัดแผ่นรองซับให้รองบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก โดยขอบบนอยู่บริเวณต่ำกว่าเอวลงมา
  4. แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบอีกครั้งก่อนทำความสะอาด ใช้สำลีชุบน้ำสัมผัสบริเวณขาหนีบ เพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกตัวก่อนการราดน้ำลงบนอวัยวะสืบพันธุ์
  5. ใช้สำลีเปียก เช็ดทำความสะอาด จากบนลงล่าง

ผู้หญิง

  1. แบ่งสำลีออกเป็น 6 ชิ้น
  2. แกะผ้าอ้อม รองซับออก (ในกรณีใส่ผ้าอ้อม รองซับ)
  3. ทำความสะอาดบริเวณหัวเหน่า
  4. เช็ด Labia (แคม) ด้านแคมนอก (Labia magora) ทั้ง 2 ด้าน โดยเช็ดทำความสะอาดด้านไกลตัวก่อน
  5. เช็ด Labia (แคม) ด้านแคมใน(Labia minora) ทั้ง 2 ด้าน โดยเช็ดทำความสะอาดด้านไกลตัวก่อน
  6. เช็ดตรงกลาง จากด้านหน้ามาทางด้านหลัง

ผู้ชาย

  1. แบ่งสำลีออกเป็น 5 ชิ้น
  2. แกะถุงปัสสาวะออก โดยนำปัสสาวะไปทิ้งในถังรองรับปัสสาวะ หรือแกะผ้าอ้อม รองซับออก (ในกรณีใส่ผ้าอ้อม รองซับ)
  3. เช็ดทำความสะอาดบริเวณหัวเหน่าให้สะอาด
  4. รูดหนังหุ้มอวัยวะเพศลง พร้อมทั้งทำความสะอาดบริเวณส่วนปลายอวัยวะเพศทั้งโคนอวัยวะเพศ
  5. รูดหนังหุ้มอวัยวะเพศกลับ พร้อมทั้งใช้สำลีทำความสะอาด จากบริเวณส่วนปลายอวัยวะเพศมาถึงโคนอวัยวะเพศอีกครั้ง
  6. เช็ดบริเวณขาหนีบ และตะแคงตัวผู้ป่วยเช็ดบริเวณก้น โดยเช็ดจากด้านหน้ามาด้านหลัง
  7. ใช้วาสลีนทาบริเวณขาหนีบทั้ง 2 ข้าง พร้อมประเมินลักษณะของผิวหนังบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์
  8. เปลี่ยนแผ่นรองซับผืนใหม่ โดยวางขอบด้านบนต่ำกว่าเอว 1 นิ้ว จัดท่าผู้สูงอายุให้สุขสบาย
  9. ดูแลเก็บของใช้ให้เรียบร้อย

หมายเหตุ

  1. ควรมีการตรวจสอบถุงปัสสาวะทุกชั่วโมง และประเมินผ้าอ้อม รองซับทุก 2 ชั่วโมง
  2. ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนถุงปัสสาวะ หรือผ้าอ้อม รองซับ
  3. ในกรณีที่ผู้ป่วยใส่สายสวนคา ควรมีการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ทุก 4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  4. ควรมีการประเมินบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ขาหนีบ อย่างน้อยเวรละ 1 ครั้ง
  5. ในกรณีผิวหนังบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ยังไม่เกิดการระคายเคือง ควรมีการทาวาสลีนทุกครั้งหลังทำความสะอาด หากบริเวณผิวหนังเกิดการระคายเคืองแล้ว ควรทายาตามแผนการรักษา เช่น Ketoconazole cream , Zinc oxide เป็นต้น
  1. การทำความสะอาดมือและเท้า

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกสะอาดและสุขสบาย
  2. เพื่อประเมินสภาพผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซอกนิ้ว และเล็บ

อุปกรณ์

  1. กะละมังสำหรับแช่มือ – เท้า
  2. ผ้ายางรอง
  3. ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก
  4. กรรไกรตัดเล็บ

วิธีปฏิบัติ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม ยกมาที่เตียงผู้ป่วย
  2. แจ้งผู้สูงอายุให้ทราบ ใช้ผ้ายางวางด้านล่างเพื่อป้องกันเปียกผ้าปูที่นอน
  3. กะละมังที่ใส่น้ำแล้วประมาณ 2/3 กะละมังวางลง แล้วนำมือผู้สูงอายุแช่ลงไปในน้ำให้ท่วมหลังมือประมาณ 2-3 นาที พร้อมทั้งดูแลความสะอาดซอกเล็บ มือ ซอกนิ้ว และฝ่ามือ นำมือผู้สูงอายุขึ้นจากกะละมังใช้ผ้าซับให้แห้ง
  4. ประเมินดูเล็บมือผู้สูงอายุ หากพบว่ายาวให้ผู้ดูแลตัดเล็บ โดยใช้กรรไกรตัดเล็บเป็นแนวตรงๆยาวกว่าเนื้อเล็บประมาณ 1 มิลลิเมตร ไม่โค้งตามรูปเนื้อเล็บเพื่อป้องกันการงอกใหม่ของเล็บ
  5. ใช้ตะไบเล็บ ตะไบบริเวณด้านปลายของเล็บมือที่ตัดทิ้ง
  6. สลับทำอีกด้านหนึ่ง พร้อมเริ่มทำตั้งแต่ขั้นตอนที่ 3-5
  7. แช่เท้าผู้สูงอายุ โดยทำเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 3-6
  8. เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดทำความสะอาด และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย

หมายเหตุ

  1. ทำความสะอาดมือเท้า ทำอย่างน้อยเวรละ 1 ครั้ง
  2. ดูแลตัดเล็บมือ เล็บเท้า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ได้แก่ วันอังคาร และ วันศุกร์
  3. ในกรณีที่ผู้ป่วยที่มีเนื้อเล็บยื่นออกมามาก งดใช้กรรไกรตัดเล็บ ให้ใช้ตะไบเล็บออกเท่านั้น