เริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุ อย่างไร?

อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุ จำเป็นหรือไม่

21 March 2018

author:

อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้สูงอายุ จำเป็นหรือไม่

ข้อความสำคัญ

  • อาหารทางการแพทย์ คือ อาหารที่ให้สารอาหารปกติไม่แตกต่างจากอาหารในมื้อทั่วไป แต่ดัดแปลงให้รับประทานได้ง่ายขึ้นและมีสารอาหารครบถ้วน “จึงไม่ใช่อาหารหรือยาบำรุงที่มีสรรพคุณวิเศษ” แต่เป็น “อาหารที่กินง่ายขึ้นโดยการดื่ม” เท่านั้น
  • แม้จะใช้บริโภคทดแทนอาหารปกติได้ แต่การรับประทานอาหารปกติที่ต้องการการบดเคี้ยวก็ยังคงเป็นรูปแบบอาหารที่สนับสนุนให้รับประทานมากกว่าการดื่มอาหารทางการแพทย์อยู่ดี จึงควรใช้อาหารทางการแพทย์ชั่วคราวเท่านั้นหากไม่จำเป็น
  • กรณีที่อาจใช้อาหารทางการแพทย์เป็นระยะเวลานาน ได้แก่ ผู้ป่วยนอนติดเตียง ผู้ป่วยที่ใช้สายให้อาหารทางจมูกหรือหน้าท้อง ซึ่งต้องการการติดตามและประเมินสุขภาพจากแพทย์ประจำตัวหรือนักกำหนดอาหารเป็นประจำ

ปัญหาทุพโภชนาการ (ภาวะไม่สมดุลทางด้านโภชนาการและสารอาหาร) ของผู้สูงอายุมีความสำคัญต่อสุขภาพและการฟื้นตัวจากความเจ็บป่วย เรามักพบว่าผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วย ประกอบกับได้รับอาหารไม่เพียงพอ มีโอกาสที่จะหายจากโรคช้ากว่าปกติ หรือหากเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลจะพบว่ามีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง และมีโอกาสนอนโรงพยาบาลนานขึ้น การป้องกันปัญหาทุพโภชนาการในกลุ่มผู้สูงอายุจึงมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและลดความรุนแรงของโรคประจำตัวต่างๆ ลงได้

ปัญหาการเบื่ออาหารและรับประทานอาหารได้น้อยลงเป็นปัญหาทั่วไปที่พบได้ในผู้สูงอายุด้วยสาเหตุต่างๆ แม้เราจะปรับเปลี่ยนวิธีการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารได้เพิ่มขึ้นแล้ว แต่หากภาวะเบื่ออาหารนี้ยังคงอยู่เป็นระยะเวลานานหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ อาจทำให้ผู้สูงอายุมีโอกาสเสี่ยงกับการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้การฟื้นตัวจากโรคต่างๆ ช้าลง รวมทั้งอาการเจ็บป่วยต่างๆ จะมีอาการแย่ลงได้

แม้การดัดแปลงอาหารให้รับประทานได้ง่ายขึ้นจะช่วยลดปัญหาการเบื่ออาหารได้ แต่หากบริโภคอาหารซ้ำๆ กันเพราะมีข้อจำกัดของเมนูอาหาร ก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารได้ หากมีการประเมินภาวะโภชนาการโดยนักกำหนดอาหารหรือแพทย์ประจำตัวแล้ว อาจมีการพิจารณาใช้อาหารทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูและลดความเสี่ยงในการขาดสารอาหารได้


อาหารทางการแพทย์ คือ อาหารที่มีการปรับให้มีสารอาหารเหมาะสมต่อสุขภาพตามชนิดและประเภทของอาหารทางการแพทย์นั้นๆ โดยหลักแล้วจะให้สารอาหารที่ครบถ้วนทั้งพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน แร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ซึ่งมักผลิตออกมาในรูปของ “ผงชงดื่ม” ซึ่งมีลักษณะคล้ายนม มักมีรสชาติและกลิ่นที่ดื่มง่าย น่ารับประทาน ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา อย่างไรก็ตาม ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ นักกำหนดอาหารหรือเภสัชกรก่อนพิจารณาใช้อาหารทางการแพทย์


อาหารทางการแพทย์จะแบ่งตามคุณสมบัติและความครบถ้วนของสารอาหาร แต่เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ทางผู้เขียนขออนุญาตแบ่งประเภทง่ายๆ ดังนี้

  1. อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วน ใช้เพื่อจุดประสงค์เสริมสารอาหารทั่วไป มักมีส่วนผสมของพลังงานและสารอาหารต่างๆ ครบถ้วน โดยไม่มีการเสริมคุณสมบัติใด คุณสมบัติหนึ่งเฉพาะเข้าใจ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้แก่ Ensure, Isocal, Blendera, Nutren optimum
  2. อาหารทางการแพทย์ที่มีการเสริมคุณสมบัติบางประเภทเข้าไปเพื่อให้มีจุดประสงค์เฉพาะ เช่น
    1. Nutren fiber มีการเสริมใยอาหารลงไป เพื่อให้กระตุ้นการขับถ่าย
    2. Pan-Enteral มีไขมันในสัดส่วนที่สูงขึ้นและมีกรดไขมันขนาดปานกลาง *พิจารณาใช้ตามดุลยพินิจของแพทย์หรือสภาวะของคนไข้
  3. อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว แบ่งได้หลายชนิด
    1. สำหรับเบาหวาน ได้แก่ Gen-DM, Glucerna SR, Nutren Balance
    2. สำหรับผู้ต้องการโปรตีนสูง ได้แก่ Neomune, Prosure, Impact
    3. อื่นๆ เช่น Aminoleban สำหรับโรคตับ, Peptamen สำหรับผู้ที่มีปํญหาการย่อยและดูดซึมสารอาหาร

การพิจารณาเลือกใช้อาหารทางการแพทย์แต่ละชนิด ขนาดที่ใช้ต่อครั้งหรือปริมาณที่ควรบริโภคต่อวัน จะอยู่ในการดูแลของแพทย์หรือนักกำหนดอาหารแนะนำ ซึ่งควรปฏิบัติตามและมีการติดตามผล รวมถึงการตอบสนองของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยให้ปรับภาวะทางโภชนาการได้เหมาะสมที่สุด


การพิจารณาภาวะของผู้สูงอายุเพื่อขอคำปรึกษาในการเริ่มใช้อาหารทางการแพทย์ให้ผู้สูงอายุ

            เมื่อใดที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเริ่มตัดสินใจจะใช้อาหารทางการแพทย์ เงื่อนไขหลักควรเกิดจากการประเมินภาวะโภชนาการโดยผู้ที่เชี่ยวชาญก่อน แต่เราสามารถสังเกตผู้สูงอายุในการดูแลของเราว่า รูปแบบการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก่อน แล้วค่อยปรึกษาก็สามารถทำได้ ตัวอย่างต่อไปนี้คือกรณีที่ควรปรึกษาแพทย์

  • ผู้สูงอายุผู้ที่รับประทานอาหารลดลงน้อยกว่าเวลาปกติถึง 1 ใน 4 ติดต่อกัน 2-3 วัน โดยไม่มีมื้อว่างหรือมื้อย่อย
  • ผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารลดลงกว่าเวลาปกติครึ่งนึง ติดต่อกัน 5-6 วัน หรือสัปดาห์หนึ่ง โดยไม่มีมื้อว่างหรือมื้อย่อย
  • ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องใช้ยารักษาโรค แต่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างปกติ ควรปรึกษาให้ไวที่สุด

หากพบว่าผู้สูงอายุที่อยู่ในการดูแลของท่าน มีลักษณะข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะสม สำหรับอาหารทางการแพทย์นี้ นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่สามารถใช้เพื่อช่วยลดปัญหาการขาดสารอาหารได้ หากใช้อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหารแล้ว แต่การตัดสินใจใช้ มีสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือ ค่าใช้จ่ายจากการใช้อาหารทางการแพทย์เพื่อทดแทนการกินอาหารปกตินั้นจะสูงกว่าการใช้อาหารทั่วไป จึงควรพิจารณาใช้แต่พอดีและอยู่ภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นครับ


อ้างอิง

  • U.S. Department of Health and Human Services Food and Drug Administration. Frequently Asked Questions About Medical Foods; Second Edition. Guidance for Industry.Center for Food Safety and Applied Nutrition May 2016
  • Barker LA, Gout BS, Crowe TC. Hospital Malnutrition: Prevalence, Identification and Impact on Patients and the Healthcare System. International Journal of Environmental Research and Public Health. 2011;8(2):514-527. doi:10.3390/ijerph8020514.