Lifestyle

ในวันที่พ่อทะเลาะกับพ่อ

13 April 2018

ในวันที่พ่อทะเลาะกับพ่อ

เนื่องในช่วงวันผู้สูงอายุทาง health at home ตั้งใจจะนำเสนอเรื่องราวเพื่อที่พ่อแม่และลูกจะได้เข้าใจกันมากขึ้น ทางเราสังเกตุว่ามีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในทุกความสัมพันธ์ก็คือ “ความขัดแย้ง” ไม่ว่าจะเป็นเพราะเบื้องลึกของอารมณ์หรือเหตุผลก็ตาม ทางเราเลยได้ลองไปสัมภาษณ์คู่ พ่อแม่-ลูก 3 คู่ ที่อยู่ในช่วงวัยที่เป็นคุณพ่อคุณแม่กันแล้ว ให้ได้กลับมามองมุมที่ตัวเองที่ยังคงสถานะเป็นลูกกันอยู่

โดยเป็นการสัมภาษณ์แยกกันระหว่างตัวคุณพ่อคุณแม่และลูก ทั้งคู่พูดถึงความในใจหรือความรู้สึกของตัวเองที่ไม่เคยได้บอกกล่าวกับอีกฝ่าย และเนื้อหาในบทสัมภาษณ์นี้อีกฝ่ายก็ไม่ได้รับรู้เรื่องราวว่ามันคืออะไรและเป็นมาอย่างไร เนื่องจากเราเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่อ่อนไหวจึงให้ความเคารพในความเป็นส่วนตัวไม่ขอเอ่ยชื่อที่แท้จริงของผู้ให้สัมภาษณ์ แต่เพราะความอ่อนไหวและความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราจึงอยากนำเสนอจุดนี้ เพราะสุดท้ายแล้วความเข้าใจก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสัมพันธ์อยู่ดี อย่างนั้นแล้วสำหรับหลายสิ่งหลายอย่างเราอย่าปล่อยปละละเลยมันไปเลย

คู่ที่ 1

น้อยใจกันไป-น้อยใจกันมา

 

พ่อ

คำถาม : ความสัมพันธ์กับลูกเป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้

คุณพ่อ : “ บางทีเรารู็สึกว่าลูกไม่ค่อยรักเรา ”

คุณพ่อ : “ เขาไม่ค่อยมาหาหรือมาถึงเจอหน้าก็ไม่ค่อยไหว้ จะไปจะมาไม่ลาไหว้กันเลย ไม่รู้ยังเห็นพ่อเป็นพ่อกันอยู่บ้างไหม บางทีเขาก็ชอบพูดเสียงดังใส่ เงียบบ้าง บางทีก็หมางเหมิน ไอ้เราบางครั้งก็อยากชวนคุยบ้างเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เลยรู้สึกเกรงใจ กลัวจะไปขัดจังหวะสิ่งที่เขาทำอยู่ บางทีมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเราต้องโทรไปหาหลานแทน ก็มันรู้สึกเหงา โทรไปคุยอย่างน้อยก็ได้พูดออกไปบ้าง ”

 

คำถาม : แล้วได้บอกกับลูกเรื่องนี้บ้างไหม

คุณพ่อ : “ ไม่ ส่วนมากจะโทรหาหลาน ”

 

ลูก

คำถาม : ปกติแสดงความรักกับแม่อย่างไรบ้าง

ลูกชาย : “ ส่วนตัวแล้วตัวผมจะเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกเรื่องความรักเท่าไหร่ กับลูกบางทีก็ยังไม่ค่อยได้โทรหาซักเท่าไหร่นัก ลึกๆบางทีก็ยังรู้สึกน้อยใจพ่อกับแม่อยู่ เพราะตอนเด็กๆเขาไม่ค่อยได้มีเวลาให้เรา ส่วนใหญ่เป็นพี่เลี้ยยงคอยเลี้ยงดูมากกว่า บางทีก็ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร อาจจะเพราะเป็นคนแนวนี้ ดูทื่อๆ ”

คำถาม : แล้วมีครั้งไหนที่คิดว่าเราได้แสดงออกไปบ้าง

ลูกชาย : “ มีครั้งหนึ่งเป็นช่วงที่ลูกสาวผมเมื่อยที่จะเข็นรถเข็นให้พ่อผม ผมก็เข้าไปช่วยเข็นแบบเต็มใจ ยิ้มนิดหน่อย ถึงตอนนั้นขาผมจะเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็เต็มใจเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่รู้เขาจะรู้สึกกับตรงนี้ที่ทำให้บ้างไหม ”


คู่ที่ 2

ทำไมคนแก่ชอบดื้อ

ลูก

คำถาม : ความสัมพันธ์กับแม่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้

ลูกสาว : “ เรื่อยๆดีค่ะ มีบางทีที่แกดื้อบ้าง”

 

คำถาม : ดื้อ เช่น อย่างไรบ้าง

ลูกสาว : “ ที่บ้านขายขนม เวลาที่ใครเข้าไปช่วยหยิบจับ แกจะไม่ยอมเลยและจะอารมณ์เสียใส่ หรือว่าลูกหลานจะช่วยทำงานบ้านเพราะเห็นว่าแกอายุเยอะแล้ว กลัวสะดุดล้ม ก็จะดื้อจะทำเองหรือบางทีที่เราซื้อของกินหรืออยากอำนวยความสะดวกให้ แม่ก็จะไม่ยอม ซื้อมาก็จะบ่นและอารมณ์ไม่ดีใส่ว่าซื้อมาทำไม ไม่เอาไม่อยากได้ ”

 

คำถาม : แล้วเรารับมืออย่างไร

ลูกสาว : “ ก็เงียบๆไป ปล่อยให้แกบ่น บางครั้งก็หงุดหงิดกลับเพราะเราก็หวังดีจริงๆ แล้วก็งงว่าทำไมไม่เอาที่เราซื้อมาให้ ของดีๆทั้งนั้น ”

 

แม่

คำถาม : ทำไมคุณยายไม่ค่อยชอบให้คนช่วยละคะ?

คุณแม่ : “ เราอยากทำ มันดีกว่าอยู่เฉยๆไม่อยากให้ใครมามองว่าเราไร้ประโยชน์ เรายังทำอะไรได้อีกเยอะและบางอย่างเราก็คิดว่าเราทำได้ดีกว่า เราทำมานาน แล้วบางทีก็เห็นหลานมาจากกรุงเทพไกล กลัวเขาเหนื่อย อุตส่าห์มาเยี่ยมแล้วยังต้องมาทำอะไรพวกนี้อีก ”

 

คำถาม : แต่ก็เพราะพวกเขาเต็มใจช่วยและเป็นห่วง

คุณแม่ : “ ก็อยากทำ เรายังทำได้และไม่อยากให้เขามาเหนื่อยจริงๆ ”

 

คำถาม : กลัวมองว่าไร้ประโยชน์นี่คือยังไง

คุณแม่ : “ ก็มันไร้ประโยชน์ วันๆทำอะไรไม่ได้เลยมาอยู่บ้านเฉยๆถึงจะแก่แล้วแต่ก็ไม่ได้แก่ขนาดนั้น ฉันยังทำอะไรของฉันได้อยู่ ไม่ต้องมาดูแลฉันยังดูแลตัวเองได้ ทำอะไรจุกจิกมันก็แก้เหงาได้เหมือนกัน เพราะฉันก็ไม่ค่อยได้มีเพื่อนอะไรแล้ว จะตายก็จะได้ไม่นอนตายไปเฉยๆ ”

 

คำถาม : คิดว่าตัวเองดื้อไหม

คุณแม่ : (หัวเราะ)


คู่ที่ 3

เข้าวัด

 

ลูก

คำถาม : ความสัมพันธ์กับแม่เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้

ลูกชาย : “ สามวันดีวันไข้ก็ว่าได้ ช่วงสองปีที่ผ่านมาแม่ย้ายเข้ามาอยู่กับผม มันเลยมีความอึดอัดอยู่บ้างในบางการกระทำ เช่น เวลาที่ผมต้องคุยกับลูกๆของผม คุยเรื่องเงินกับภรรยา เป็นแม่ก็จริงแแหละแต่มันจะมีความแปลกๆอยู่ ”

 

คำถาม : สามวันดีสี่วันไข้คือทะเลาะกันบ่อย

ลูกชาย : “ ใช่ ส่วนใหญ่ทะเลาะกันเรื่องเงิน ก็เข้าใจว่าวัยเขานั้นไม่สามารถหาเงินเองได้แล้วและเขาก็ไม่ได้วางแผนการเงินบั้นปลายชีวิตไว้ มันก็เลยค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น ”

 

คำถาม : ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องของอะไร

ลูกชาย : “ แม่ผมสุขภาพดีเลยไม่ค่อยมีเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของทำบุญหรือวัดมากกว่า ซึ่งส่วนตัวผมไม่ใช่คนทำบุญบ่อยหรืออะไร ”

 

คำถาม : มันเลยดูขัดๆกันทั้งข้างในและข้างนอก

ลูกชาย : “ ครับ ”

ลูกชาย : “ แต่ก็พอเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เขาทำแล้วสบายใจ ”

 

คำถาม : แล้วเรื่องความเป็นส่วนตัวในบ้าน

ลูกชาย : “ โชคดีที่ตอนนี้ลูกๆเรียนมหาลัยเขาเลยไม่ได้อยู่ที่บ้านประจำ เลยเบาๆลงบ้าง เรื่องนี้ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ครับ ถ้าไม่สบายใจผมจะไปดูดบุหรี่ที่สวนหย่อม”

 

คำถาม : แล้วคิดหาทางออกเรื่องนี้ไว้อย่างไรบ้าง

ลูกชาย : “ตั้ง budget ไว้ให้แม่เขา แต่อาจจะมีมาขอเพิ่มก็แล้วแต่ช่วงไป ผมเข้าใจนะ ถ้าผมแก่ตัวแล้วหาเงินเองไม่ได้ผมก็ต้องพึ่งพาลูกถ้าตอนนั้นอยากได้อะไรสักอย่างมันก็ต้องมาบอกมาขอนี่แหละ ถ้ามันไม่เหลือกว่าแรงผมก็ให้”

 

แม่

คำถาม : ทำไมถึงชอบเข้าวัด

คุณแม่ : “ แก่แล้วไม่มีอะไรทำ บางทีมันก็ฟุ้งซ่าน ให้ชีวิตมีที่ยึดเหนี่ยวบ้าง ไปแล้วบางทีก็รู้สึกสงบจิตใจได้บุญกลับมา เราเชื่อเรื่องบุญบาป ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ช่วงนี้ก็อยากทำบุญเท่าที่จะทำได้”

 

คำถาม : ส่วนใหญ่ไปวัดที่ไหน

คุณแม่ : “ วัดแถวบ้านนี่แหละ เกรงใจคนไปส่งไม่อยากให้เขาเปลืองน้ำมันพาไปส่งไกล ”

 

คำถาม : ตอนปฏิบัติธรรมรู้สึกอย่างไรบ้าง

คุณแม่ : “ก็ดีนะ แรกๆจะปฏบัติยากหน่อยไม่ค่อยมีสมาธิ เข่าไม่ดี นั่งแล้วเมื่อย เลยเริ่มที่ศีล 5 พอทำได้แล้วก็รู้สึกข้างในมันดี มีบางทีไปปฏิบัติธรรมเพราะหนีความวุ่นวายในใจหรือบางทีเราก็ไม่รู็จริงๆว่าเราจะตายเมื่อไหร่เลยสะสมบุญไว้ ใส่บาตรบ้าง ทำบุญที่วัดบ้าง”

 

คำถาม : เสียเงินไปกับเรื่องนี้เยอะไหม

คุณแม่ : “ก็กลางๆนะ ของเกือบทุกอย่างต้องใช้เงิน ลูกเขาจะมีงบไว้ให้แต่ละเดือนก็พยายามใช้เท่านั้น แต่บางทีมีงานที่สำคัญและไม่พอเราก็มีขอเพิ่ม”

 

คำถาม : มีอะไรที่ทำแบบไม่เสียเงินบ้างไหม

คุณแม่ : “ ศีล 5 กับสวดมนต์หน่ะนะที่ทำอยู่ ”


 

หากท่านได้อ่านบทความมาจนถึงตรงนี้ ขออย่าได้ตัดสินใครลงไปเลย เราทำบทสัมภาษณ์นี้ขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่าการกระทำและคำพูดของแต่ละคนนั้นมีที่มาที่ไป ตื้นลึกหนาบางไม่เหมือนกัน อย่างน้อยที่เราพอจะทำได้คือเปิดใจและลองเข้าอกเข้าใจคู่ความสัมพันธ์ของเราให้มากขึ้น เห็นได้ว่าส่วนใหญ่นั้นแต่ละคนต่างตัดสินไปแล้วว่าอีกฝ่ายคิดอะไรถึงทำแบบนี้ทั้งๆที่ไม่ได้เอ่ยหรือพูดกันตรงๆ และยิ่งเราได้ไปอยู่ตรงกลางระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายมันทำให้เราเห็นว่าจริงๆต่างฝ่ายก็มีเรื่องราวของตัวเองกันทั้งนั้นและทั้งคู่ก็มีความหวังดีให้แก่กัน แค่ไม่ได้พูดคุยและสื่อสารกันให้เข้าใจมากกว่า

มีวิจัยที่ใช้เวลาการทำยาวนานที่สุดในโลกบอกว่า ปัจจัยที่ทำให้มนุษย์มีชีวิตที่ดีคือสิ่งที่เรียกว่า “ ความสัมพันธ์ ” ลองกลับไปตรวจสภาพความสัมพันธ์ของคุณดูว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าคู่ความสัมพันธ์นั้นจะ แก่ เด็ก หรือเพศไหนมันก็สำคัญกับเราทั้งนั้น