เริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุ อย่างไร?

5 ปัญหาที่เจอบ่อยกับการดูแล คนไข้สมองเสื่อมที่บ้าน

8 May 2018

5 ปัญหาที่เจอบ่อยกับการดูแล คนไข้สมองเสื่อมที่บ้าน

หมอตั้ม : สวัสดีครับ วันนี้เราก็มาสัมภาษณ์ ศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล

อาจารย์ก็เป็น อายุรแพทย์ และผู้ช่วยชาญ ด้านผู้สูงอายุนะครับ

ถ้าลอง list ปัญหาที่เจอบ่อยเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน

อาจารย์คิดว่ามีอะไรบ้างครับ

.นพ.วีรศักดิ์ :

ปัญหาที่เจอบ่อยกับการดูแล คนไข้สมองเสื่อมที่บ้าน

  1. ปัญหาพฤติกรรม และอารมณ์ : คนไข้สมองเสื่อม 80% จะมีปัญหา พฤติกรรม และอารมณ์ ถ้าไปปรับคนที่ สมองปกติ กับ คนที่สมองเสื่อม
    คนที่สมองปกติต้องเป็นคนปรับเพราะคนที่สมองเสื่อมอาจจะไม่สามารถเป็นคนที่ปรับได้มันจะไม่เกิดขึ้นแล้วจะเหนื่อยเปล่าๆและจะเกิดความหงุดหงิดกับญาติด้วย


  2. ปัญหาด้านการสื่อสาร : อย่าไปบอกว่า ที่พูด ที่คิด ผิด พยายามเบี่ยงเบน ไปสู่เรื่องที่เค้าสนใจอย่างอื่น อย่าไปเถียง ต้องใจเย็น

  3. ปัญหาการดูแลกิจวัตรประจำวัน : โดยปกติแล้ว เราจะให้ผู้ดูแลพยายามที่จะให้คนไข้ทำเอง เท่าที่คนไข้ทำได้ และมีความปลอดภัยอยู่ เทคนิคแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน เทคนิคอันนึงอาจจะใช้กับบ้านนึง แต่ใช้กับบ้านอื่นไม่ได้

  4. ปัญหาด้านความปลอดภัย : การหายสาบสูญบางทีญาติจะประมาทเช่นที่ผ่านมาไปตลาดเองไม่เคยหายเลยทุกคนมันต้องมีครั้งแรกหมายถึงเมื่อก่อนก็ไม่เคยหาย

  5. ญาติไม่เข้าใจ ผู้ดูแลไม่เข้าใจ : เป็นเรื่องหนักใจเหมือนกัน เพราะตั้งเป้ากับการรักษา ไม่ตรงกับความจริง  เช่นอยากจะให้กลับมาเป็นปกติซึ่งบางทีเป้าหมายการรักษาคือการชะลอความถดถอยมากกว่าที่จะหายกลับมาเป็นปกติ

=================================================================

บทสนทนาเต็มจากวีดีโอ

หมอตั้ม – วันนี้เรามาสัมภาษณ์ ศ.นพ. วีรศักดิ์ เมืองไพศาล

  • ยินดีต้อนรับอาจารย์
  • อาจารย์เป็น อายุรแพทย์ และเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านผู้สูงอายุ
  • วันนี้เราจะมาคุยเกี่ยวกับการดูแลคนไข้สมองเสื่อมที่บ้านนะครับ
  • เป็นสิ่งที่เราเจอบ่อยมากและหลายคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
  • วันนี้เราก็เลยมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • ถ้าลองลิสต์ปัญหาที่เจอบ่อยเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน ซัก 5  อย่าง อาจารย์คิดว่ามีอะไรบ้างครับ

อาจารย์หมอ

  • สิ่งที่มักจะเจออย่างแรกเป็นเรื่องของ ปัญหาพฤติกรรมและอารมณืที่เกิดขึ้น
  • คนไข้สมองเสื่อมประมาณ 80% จะมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์
  • ปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์ บางเรื่องจะมีผลกระทบมาก อย่างเช่น หวาดระแวง กลัวคนมาวางยา กลัวคนมาทำร้าย หรือคิดว่าคุ่สมรสนอกใจ เหล่านี้จะเป็นปัญหาที่เดือดร้อนมาก หรือว่า บางคนก็จะก้าวร้าว หงุดหงิดก้าวร้าว ด่าทอ ทุบตี หรือไม่หลับไม่นอน จะเดือดร้อนมาก
  • ปัญหาพฤติกรรมบางอย่างญาติจะบอกว่าไม่รู้สึกเดือดร้อนเท่าไหร่ อย่างเช่น เฉยๆ พูดน้อยลง ญาติก็จะเดือดร้อนไม่มากเท่าไหร่
  • มีปัญหาพฤติกรรมบางอย่าง ที่เดือดร้อนเช่นกันคือ มีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่น อาจจะไปกอด ไปจับถ้าผู้ดูแลไม่เข้าใจก็จะคิดว่ามาลวนลาม

หมอตั้ม

  • อย่างพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ อาจารย์คิดว่าเรา สมมติว่าในฐานะที่เราเป็นคนดูแลอยู่มีหนทางจัดการอย่างไรได้บ้าง

 

อาจารย์หมอ

  • คือบางอย่างเหตุของการกระตุ้นเกิดจากอะไร
  • บางคนเหตุญาติพยายามที่จะไปพูดหรือชี้แจงให้คนไข้เข้าใจได้ถูก ปรับให้ถูกตามสิ่งที่ควรจะเป็น ซึ่งจะทำให้คนไข้หงุดหงิด ซึ่งบางครั้งต้องบอกก่อนว่าถ้าไปปรับคนที่สมองเสื่อม กับคนที่สมองปกติ คนที่สมองปกติต้องเป็นคนปรับ เพราะคนที่สมองเสื่อมอาจจะไม่ใช่คนที่ปรับได้ มันจะไม่เกิดขึ้นครับ เราจะเหนื่อยเปล่าๆ บางทีจะลำบากกับตัวญาติด้วย

 

หมอตั้ม

  • เริ่มปรับที่ตัวคนปกติก่อน ปรับที่ตัวผู้ดูแล

 

อาจารย์หมอ

  • ต้องปรับเทคนิคก่อนนะครับ
  • ก็จะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาที่ 2 ของคนไข้เสมองเสื่อมคือเรื่องของการสื่อสาร
  • ถ้าเทคนิคของการสื่อสาร เป็นการสื่อสารที่ดี จากวิธีในการสื่อสารแต่ละประโยค สื่อสารด้วยเสียงที่อ่อนน้อม แสดงถึงความเคารพ หรือพูดประโยคที่ไม่ยาวจนเกินไป อาจจะพูดเป้นช่วงๆ พูดซ้ำบ้างแสดงถึงการรับฟังผู้ป่วย
  • บางครั้ง คนไข้มีการพูดบางอย่างออกมาเราต้องแสดงถึงการรับฟัง
  • หรือถ้ารู้สึกว่ามันจะเลยเถิด ก็อย่าไปบอกผู้ป่วยว่าที่พูดมานั้นผิด ให้พยายามเบี่ยงเบน ไปสู่สิ่งที่เค้าสนใจอย่างอื่นแทน

หมอตั้ม

  • พูดอย่างอ่อนน้อม สุภาพ เว้นช่วง อย่าแรพช่วงเดียวยาวๆ  พูดช้าๆ เป็นคำๆ การมีการไม่เข้าใจ เกิดการโต้เถียง ก็อย่าไปเถียง

จารย์หมอ

  • ต้องใจเย็น
  • คนที่มีเทคนิคดีๆ เทคนิคในการสื่อสารดีๆ ของญาติผู้ป่วยบางคนที่พบเจอในห้องตรวจ จะเห็นเลยครับว่า มีเนคนิคการพูดที่ดีมาก เทคนิคในการเบี่ยงเบน โดยที่ญาติคนไข้เองยังบอกว่าคนไข้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอารมณ์
  • แต่ที่ไม่มีเพราะญาติรู้จักเบี่ยงเบน รู้จักวิธีในการโต้ตอบ ให้ คนไข้ไม่ค่อยหงุดหงิด
  • ในขณะที่บางครอบครัวใช้ประโยคคำสั่ง และวิจารณ์เรื่องอารมณ์ จะทำให้คนไข้หงุดหงิด หรือ มีการวิจารณ์คนไข้ ก็จะทำให้คนไข้หงุดหงิดได้

 

หมอตั้ม

  • อย่างที่ 3 ล่ะครับ นอกจากเรื่องอารมณ์และการสื่อสารแล้วมีอะไรอีกครับ

 

จารย์หมอ

  • อย่างที่ 3 คือเรื่องกิจวัตรประจำวัน เพราะคนไข้บางคนพอสมองเสื่อมถึงระดับนึง ความสามาระในการทำกิจวัตรประจำวันจะลดลง อย่างสมัยก่อนจะออกไปซื้อของ  ชอปปิ้งมาทำกับข้าวเองได้ พอสมองเสื่อมถึงระดับนึง แค่จะแกะถุงออกมาใส่จานเองยังทำไม่ได้ พอลูกแกะใส่จานเรียบร้อย คนไข้ก้จะตักแต่จานข้างหน้า พอถึงจุดนึง ออาจจะใช้ช้อน ใช้ส้อมไม่เป็น พอถึจุดนึง อาจจะต้องใช้มือ พอถึงจุดนึงอาจจะเคี้ยวแล้วกลืนไม่เป็น
  • คือจะมีการถดถอย ทุกด้านของกิจวัตรประจำวัน การช่วยเหลือตนเอง อาบน้ำแต่งตัว เริ่มถดถอย ไม่ยอมอาบน้ำ หรือไม่ยอมเปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนก็จะใส่เสื้อเก่า อาบน้ำทุกครั้งก็ยังใส่แต่ตัวเก่า ก็ทำให้เกิดความยากลำบากของคนดูแลเหมือนกัน
  • ปกติจะให้ผู้ดูแล ให้คนไข้ทำเอง และเป็นสิ่งที่คนไข้ทำได้ แต่คงไม่ได้ถึงขนาดให้ไปเปิดปิดเตาแก๊ส ซึ่งอาจะทำให้ไปไหม้ได้ จากการลืมปิดเตาแก๊ส
  • เคยมีผู้ดูแลรายนึง คนไข้ล้างจานไม่สะอาด  ก็ไม่เป็นไร พอทานข้าวเสร็จ ก็ล้างของตนเอง ตามปกติ พอส้างเสร็จ ก็ไปล้างให้คนไข้อีกครั้งนึ่ง
  • หรือคนไข้ที่ชอบออกไปเด็กผักเด็ดหญ้า มาทำกับข้าวในสวน ตอนนี้ออกไปเด็กดอกไม้มาแทน ผู้ดูแลก็ยังให้ออกไปทำกิจกรรมเองได้เหมือนเดิม ไม่ได้ห้าม ตอนกลับเข้ามาก็อาจจะแอบเอาไปทิ้ง

 

หมอตั้ม

 

  • อย่างเรื่องพวกอาบน้ำ ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่เจอบ่อย เพราะกิจกรรมอาบน้ำเป็นกิจกรรมที่ต้องปลุกปล้ำมาก อาจารย์มีคำแนะนำอย่างไรครับ

 

อาจาร์หมอ

  • อันนี้เป็นเทคนิคเฉพาะตัว เฉพาะแต่ละบ้าน โดยแต่ละบ้านอาจจะใช้ไม่เหมือนกัน ใช้กับบ้านนึง แต่อาจจะใช้กับอีกบ้านนึงไม่ได้ บางบ้านก็ใช้อะไรที่คนไข้สนใจ เข้าไปในห้องน้ำด้วย ให้คนไข้ทำกิจกรรมนั้นในห้องน้ำแล้วค่อยๆ มีน้ำมาโดนที่ละส่วนๆ พอเสื้อเปียกก็ขอเปลี่ยนเสื้อ ไปเรื่อยๆ
  • บางบ้านใช้เทคนิค เดี๋ยวเราต้องออกไปเยี่ยม ไปเจอหมอ เดี๋ยวมีแขกมาเยี่ยม ให้อาบน้ำเอาไว้ พออาบเสร็จคนไข้ก็ลืมละว่าต้องออกไปพบหมอ หรือออกไปข้างนอก
  • แต่ละบ้านจะมีเทคนิคที่แตกต่างกัน

 

หมอตั้ม

  • ต้องหาเทคนิค ไป ค่อยๆ

 

อาจารย์หมอ

  • ถ้าผู้ดูแลที่เก่งเนี่ย เค้าจะหาเทคนิคใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ

 

หมอตั้ม

 

  • ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ยืดหยุ่น แล้วก็เข้าใจเค้า
  • เรื่องต่อไป นอกจากเรื่องพฤติกรรม การสื่อสาร และกิจวัตรประจำวันแล้ว

 

อาจารย์หมอ

  • เรื่องที่ 4 คือเรื่องของความปลอดภัย  เจอปัญหาเรื่องความปลอดภัยของคนไข้สมองเสื่อมค่อนข้างเยอะ
  • ตั้งแต่สมองเสื่อมใหม่ๆ เรื่องจัดยา เมื่อก่อนเคยจัดยาเองมาตลอด พอเริ่มสมองเสื่อมใหม่ๆ ก็ไม่ยอมให้คนอื่นจัดยา  ก็กินผิด มีตั้งแต่กินแล้ว กินอีก แล้วจำไม่ได้ กับ ลืมกินไปเลย เคยมีคนไข้ ที่ลืมกินไปเลย เคยมีคนไข้ที่ลืมกินไปเลย 1 ปี พอมาถึงมาปัญหาความดัน เพราะตัวเองเป็นคนมีความดันสูง
  • หรือการเปิดปิดเตาแก๊ส เครื่องใช้ไฟฟ้า ต้องระวัง  บางคนก็กินอะไรบางอย่างที่กินไม่ได้ หรือเสียแล้ว เช่นอาหารบูด ฟองน้ำ น้ำยาล้างจาน ต้องระวัง
  • เรื่องของการปกล้ม ผู้ป่วยสมองเสื่อจะมีโอกาสหกล้มได้มากกว่าผู้สูงอายุทั่วไป  เพราะระบบการคิด การตัดสินใจ ทิศทาง การกะระยะ ทั่วไป จะผิดไป
  • การหายสาบสูญ เวลาตรวจคนไข้ช่วงนี้จะเจอเคสนี้ แต่ยังโชคดีจะเป็นคนไข้ที่สาบสูญแล้วยังกลับคืนมา เช่นหายไป 1 วัน แล้วไปเจออีกที่หนึ่ง แต่ะก็ต้องระวัง เพราะเคยมีบางคนที่หาย ไปแล้วหายไปเลย หาไม่เจออีกเลย เลยเป็นสิ่งที่ต้องระวัง
  • บางครั้งญาติจะบอกว่า ที่ผ่านมาไปตลาดเองไม่เคยหายเลย ก็ต้องบอกว่า คนที่เคยหายครั้งแรก มีครั้งแรกก็คือเมื่อก่อนไม่เคยหาย ก็ต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ต้องระวัง

 

หมอตั้ม

  • หายนี่เวลาหายไปแล้ว มีขั้นตอนกระบวนการในการเจออย่างไรบ้างครับ

 

อาจารย์หมอ

  • ที่รู้สึกดีมากเลย คือเพื่อนบ้านหรือคนในชุมชนพบเห็นแล้วช่วยส่งกลับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเลย สำคัญมาก
  • บางบ้านมีอุปกรณ์ติดตัวให้ติดต่อกลับญาติได้ สายข้อมือ สร้อย บัตร นามบัตร โทรศัพท์ ต่างๆ ซึ่งบางครั้งอุปกรณ์เหล่านี้มันหายไปด้วย คือผู้ป่วยก็ลืม หรือทิ้งไป
  • แต่อย่างเสื้อเนี่ย คนไข้ก็จะไม่ทิ้ง คนไข้จะติดตัว  บางคนจะเจอก็จะปักเป็นเบอร์ เป็นชื่อ เอาไว้เลย ให้ติดต่อกลับ หรือบางคนสกรีนบนเสื้อ หรือเป็น  tag บนเสื้อ หลายๆวิธี
  • แต่ที่เวิคสุดคือเพื่อนบ้าน หรือถ้าอยู่ในโครงการบ้านจัดสรร อาจจะต้องฝากยามไว้

 

หมอตั้ม

  • ฝากยามไว้ ว่านี่พ่อแม่นะ ฝากดูแลหน่อย

 

อาจารย์หมอ

 

  • เดี๋ยวนี้มี มิจฉาชีพ ด้วย ชอบมาด้อมๆ มองๆ ตามแต่ละบ้าน บ้านไหนที่มีผู้สูงอายุอยู่คนเดียว ก็จะลองมาคุยๆ  มี 2 แบบคือมาขายของ ก็ขายได้เรื่อยๆ เพราะลืม ใครไม่รู้ ซื้อแล้วซื้อเลย ซื้ออีก
  • อีกแบบคือ ขอเข้ามาใบ้าน แล้วก็ยกค้าไป

 

หมอตั้ม

  • ผู้ดูแลก็ต้องระวังให้ดี เรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย
  • เรื่อสุดท้ายครับ อย่างสุดท้าย เกี่ยวกับปัญหาที่เราเจอบ่อย

 

อจารย์หมอ

  • อย่างสุดท้ายที่เราเจอบ่อย คือญาติไม่ค่อยเข้าใจ ผู้ดูไม่เข้าใจเป็นเรื่องหนักใจเหมือนกันนะครับ เพราะว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยสมองเสื่อมคือบางทีไม่ได้ลืมทีเดียว ร้อยเปอเซนต์ อาจจะบางอย่างยังจำได้ บางอย่างลืม พฤติกรรมบางอย่างเลือก หงุดหงิดแต่กับญาติบางคน แต่กับบางคนไม่เป็น ซึ่งจะทำให้ผู้ดูแลคิดว่าแกล้งรึเปล่า และเกิดความไม่เข้าใจ
  • บางครั้งไม่เข้าใจแล้ว บางครั้งตั้งเป้าการรักษาไม่ตรงกับความจริง อยากให้การรักษา มันเป็นปกติ ซึ่งบางครั้ง การรักษา เป้าหมายคือ การชะลอการถดถอย มากกว่าการกลับมาหายเป็นปกติ
  • ผู้ดูแลบางคนมีทัศนคติ ความรู้ หรือประสบการณ์ในการดแลไมดี เพราะส่วนใหญ่จะเกิดในบ้านแค่คนเดียว หรือสองคน ไม่คุณพ่อ คุณแม่ หรือคุณปู่คุณย่า ทุกคนจะเป็นมือใหม่หมด เสมอ ดังนั้นในช่วง 6 หรือ 1 ปีแรกของครอบครัว จะเป็นช่วงปรับตัวที่หนักหนาของครอบครัวผู้ป่วย
  • บางครั้งเวลาจ้างผู้ดูแล ที่จ้างา จะพบว่าผู้ดูแลเนี่ยเก่งมาก เช่นป้อนข้าวโดยที่คนไข้ไม่เคยสำลักเลย ดูแลยังไงก็ไม่มีแผลกดทับ พอผู้ดูแลที่จ้างมามีช่วงพักที่ยาวหน่อย ปรากฏว่าญาติที่ดูแลอยู่ประจำ ทำให้ผู้ป่วยสำลักเลย ดังนั้น ประสบการณ์ ทักษะ ของผู้ดูแลเป้นสิ่งที่สำคัญ
  • ผู้ดูแลจะมีภาระเพิ่มขึ้น มีผลกระทบต่อจิตใจ กระทบต่อเวลา ผู้ดูแลบางคนไม่สามารถแยกจากคนไข้ได้เลย ดังนั้นผู้ดูแลบางคนเนี่ย เจ็บป่วย ก็จะไปโรงพยาบาลไม่ได้ เพราะคนไข้ต้องไปด้วย
  • จะไปตัดผม ไปซาลอน ไปไม่ได้ มีผลกระทบต่อสุขภาพกายแล้วก็สุขภาพจิตจากการพักผ่อนน้อย เครียด เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ดูแล

 

หมอตั้ม

  • แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ยากเกินไป สมมติที่เราจะพยายามดุแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน สมมติว่าใครที่ดูอย่ มีพ่อแม่หรือญาติที่เป็นผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่ที่บ้าน ที่เราต้องดูแล จะต้องให้กำลังใจ หรือบออกอะไรกับคนที่ดูอยู่ครับ?

 

อาจารย์หมอ

  • คือการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อมที่บ้าน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในหลายๆ ประเทศที่เจริญแล้ว เค้าจะขยายไปสู่การไปอยุ่ใน Nursing Home บ้านพักฟื้นคนชรา แต่หลังๆ มาเค้าเห็นว่าการไปดูแลที่บ้านเป็นสิ่งที่สำคัญ อยู่กับคนที่รักและใกล้ชิด
  • เพราะขนาดเรายังมองว่าการดูแล หนัก เครียด ไปฝากที่อื่น  คนอื่นเป็นคนดูแล คงดูแลไม่ดีเท่าเรา ซึ่งคนดูแลที่ดีที่สุดก็จะเป็นผู้ที่รักผู้ป่วยมากที่สุด
  • หลายๆ ครั้ง อาการที่ผู้ป่วยแสดงออกมา ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่รักเรา แต่เป็นอาการที่แสดงออกมาจากอาการป่วย ทำให้การคิดอ่าน ความเป็นเหตุเป็นผล หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่ออกมามันผิดปกติไปจากเดิม
  • ขอให้กำลังใจผู้ดูแลทุกคน พยายามหาความรู้ ถึงวิธีการ เทคนิคต่างๆ ดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ถ้าดูแลได้ดี จะทำให้มีผลกระทบต่อผู้ป่วยน้อยที่สุด

 

หมอตั้ม

  • ขอบคุณอาจารย์มากนะครับ สำหรับสาระในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม ผมคิดว่า จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในประเทศไทย ที่กำลังจะเข้าสุ่สังคมผู้สูงอายุ หรือแม้แต่ในโลก ฝากไว้เป็นกำลังใจทุกท่าน