เริ่มต้นดูแลผู้สูงอายุ อย่างไร?

สภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อสูงวัยขึ้น

19 December 2016

author:

สภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อสูงวัยขึ้น

เมื่อเราสูงวัยขึ้น ไม่ใช่จำนวนตัวเลขขอายุเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลง แต่ร่างกายของเราก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย และความเสื่อมถอยนี้ ก็ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจเช่นกัน นอกจากนี้เมื่อเราแก่ตัวลง บทบาทของตัวเองในหน้าที่การงาน สังคม ครอบครัวก็มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งส่งผลกับกิจวัตรประจำวันที่มี อาจทำให้ผู้สูงอายุมั่นใจในตัวเองลดลง ไม่พอใจ เกิดความวิตกกังวล ซึม เศร้า กลัว สิ้นหวัง

จากการสำรวจสุขภาพจิตของสำนักงานสถิติแห่งชาติในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558 พบว่าเมื่ออายุมากขึ้น ผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาทางจิตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากการเกษียณอายุ การหยุดทำงาน การไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง การเสื่อมถอยของสภาพร่างกาย ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับคนรอบข้าง หรือการจากไปของเพื่อนหรือคู่ครอง

การเปลี่ยนแปลงที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

คือ อาการ เช่น ซึมเศร้า เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ เป็นต้น ภาวะสมองเสื่อม ปัญหาทางเพศ รวมถึงกลุ่มอาการทางจิต เช่น โรคจิตเภท โรคอารมณ์แปรปรวน โรคหลงผิด ภาวะจิตฟั้นเฟือน ภาวะสมองเสื่อม อาการหวาดระแวง อาการประสาทหลอน อาการความคิดและพฤติกรรมสับสน อาการเก็บตัว จากความผิดปกติทางสมองผลข้างเคียงจากการใช้ยาการใช้ยา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ที่เห็นได้อย่างชัดเจนของผู้สูงอายุมีสาเหตุมาจาก

การเกษียณอายุจากการทำงาน

บทบาทหน้าที่การงานของตนเองเปลี่ยนแปลงไปหรือหายไป ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่ได้รับการยกย่องเหมือนเดิม อาจรู้สึกคุณค่าในตนเองลดลง ขาดความมั่นใจ เกิดอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่ายมากขึ้น เพราะไม่มีคนเคารพนับถือให้ความสำคัญและเข้าหาอย่างที่ผ่านมา

การเสื่อมถอยทางร่างกาย

เช่น สูญเสียการได้ยิน การมองเห็น การรับรู้รส การสัมผัส ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลงเพราะแรงกำลังทางร่างกายที่ลดน้อยถอยลง ความคล่องแคล่วว่องไว ทำอะไรช้าลง หรือไม่ได้ดั่งใจ จะทำให้หงุดหงิด น้อยใจ หมดความมั่นใจในตนเอง ซึมเศร้า ไม่สบายใจ ไม่พอใจ พาล โกรธ โมโห เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ เป็นตัวถ่วง ต้องพึ่งพาคนรอบข้าง

ด้านความสัมพันธ์

ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ เมื่อสูงวัยขึ้น ผู้สูงอายุจะพบการสูญเสีย เสียชีวิตของคนใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพราะคนใกล้ชิดและคนคุ้นเคย เช่น เพื่อน คนรัก ญาติพี่น้องรอบตัวทยอยจากไปทีละคนสองคน สังคมที่มีจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จะให้ปรับตัว เรียนรู้การเข้าสังคมใหม่ๆ ก็อึดอัด จนทำให้ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่มีคนพูดคุยหรือคอยปรึกษา เก็บตัวมากขึ้น ปรับตัวยากขึ้น ไม่ค่อยพูดค่อยจากับคนแปลกหน้า จะเงียบเหงา มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล หดหู่ ว้าเหว่ กลัว ขี้งอน หงุดหงิด จู้จี้ โกรธ ขี้โมโห รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ไม่มีคนสนใจ ตัวเองไม่มีค่าไม่มีความสำคัญ และมักจะปฏิเสธความช่วยเหลือจากผู้อื่น เพราะไม่อยากเป็นภาระ

ช่องว่างระหว่างวัยและการตามเทคโนโลยี

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้สูงอายุบางคนอาจตามเทคโนโลยีที่มีไม่ทัน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกแปลกแยก ไม่สามารถเข้าสังคมได้ดังเดิม นอกจากนี้ยังมีในส่วนเรื่องของความจำที่นับวันจะยิ่งลดน้อยถอยลง ความจำใหม่ๆ จำไม่ค่อยได้ ทำให้การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเป็นไปด้วยความยากลำบาก จะจำได้แต่เรื่องเก่าๆ และพูดคุยแต่เรื่องที่ตัวเองสบายใจซ้ำๆ เดิมอีกด้วย

เราในฐานะคนใกล้ชิดหรือผู้ดูแลควรหมั่นสังเกตอาการเบื้องต้นของผู้สูงอายุ ว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้องอ่อนเพลีย ไม่มีแรง หายใจไม่ออก เบื่ออาหาร นอนหลับน้อยลง ตื่นเช้ากว่าปกติ ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดขา ปวดเข่า เดินลำบาก ไม่มีแรง

การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์

วิตกกังวล ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง น้อยใจ ตกใจง่าย ซึม ไม่พูดไม่จา เหม่อลอย ซึมเศร้า หมดกำลังใจ เบื่อหน่าย หมดความสนใจในกิจกรรมหรืองานที่ตนเองเคยชอบ ไม่มีสมาธิ ท้อแท้ หงุดหงิด ใจร้อน ฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย

การเปลี่ยนแปลงทางความคิด

คิดซ้ำซาก ย้ำคิดย้ำทำ กลัว ลังเล ระแวง หมกมุ่นในเรื่องของตัวเองและเรื่องในอดีต คิดถึงปัจจุบันด้วยความหวาดกลัว กลัวการถูกทอดทิ้ง กลัวถูกคนรังเกียจ กลัวว่าคนอื่นคิดว่าเป็นภาระ กลัวการถูกทอดทิ้ง กลัวภัยอันตราย อาจมีความคิดอยากตายต้องการทำร้ายตัวเอง

พฤติกรรม

เอาแต่ใจ จู้จี้ ขี้บ่น อยู่ว่างๆ ไม่ได้ จะก้าวก่ายเข้าไปจัดการชีวิตผู้อื่น ทำซ้ำๆ พูดย้ำๆ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เรียกร้องความสนใจ มีการใช้ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไป

อาการทางจิต

เมื่อพบว่าผู้สูงอายุมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปมาก เช่น อารมณ์แปรปรวน มีการอาการหลงผิด พูดจาเละเทะไม่รู้เรื่อง มีการใช้ภาษาที่เปลี่ยนแปลงไป อาการหวาดระแวง อาการประสาทหลอน กลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย โวยวายผิดปกติ อาการความคิดและพฤติกรรมสับสน อาการเก็บตัว ซึ่งอาจเกิดการความเสื่อมของสมอง จากความผิดปกติทางสมองอันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาการใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์

 

ดังนั้นการใส่ใจและดูแลสภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปลงของผู้สูงวัยจึงมีความสำคัญ ดังนี้

สำหรับผู้สูงอายุ

  • ควรเรียนรู้และยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองในทุกๆด้าน
  • หมั่นออกกำลังกาย ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
  • หางานอดิเรกทำ หรือหางานที่สร้างความสุข สร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
  • พบปะพูดคุยเข้าสังคมอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับคนรอบตัวในฐานะคนใกล้ชิดหรือผู้ดูแล

  • ให้ความสนใจ ความเคารพ นับถือ ยกย่อง
  • ดูแลอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ถามสารทุกข์สุขดิบ
  • สนับสนุนทางการเงินและการใช้จ่ายต่างๆ อย่างเหมาะสม
  • สังเกตและบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ ความคิด พฤติกรรม หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ

เกี่ยวกับผู้เขียน

พัชรนันท์ ชัยชาญทิพยุทธ (เนท)
ผู้ก่อตั้ง Good Daily ผลิตภัณฑ์เพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วย
ปริญญาโท จิตวิทยาการปรึกษา จุฬาฯ
ประสบการณ์ ดูแลคุณแม่ประมาณ 10 ปี

Health at Home: บริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน
Line @healthathome
FB fanpage: Health at home